นายไชยาย สะสมทรัพย์ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงพาณิชย์ย เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ โดยมีตนเป็นประธาน ได้พิจารณาอนุมัติเงินกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำปีงบประมาณย 2552 จำนวนเงิน 777.6 ล้านบาท สนับสนุนงบประมาณในการผลักดันการส่งออกอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยงบกองทุนฯ ดังกล่าว จะเป็นร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันการส่งออกอย่างจริงจังว่า กระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการส่งออกย เตรียมแผนกลยุทธ์เร่งด่วน 5 กลยุทธ์1. ผลักดันการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอย่างเต็มที่ย มีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 17.0 ของมูลค่าส่งออกรวม และจะผลักดันให้สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 17-19
2. เร่งส่งเสริมการส่งออกเป็นกรณีพิเศษในตลาดที่จะได้รับผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจโลกน้อยย โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน(9)ย จีนย อินเดียย ตะวันออกกลางย ยุโรปตะวันออก และ แอฟริกา ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 65.3 ของการส่งออกรวม โดยจะผลักดันให้สัดส่วนการส่งออกดังกล่าวเพิ่มขึ้น เป็นประมาณร้อยละ 65 ย 67ย เพื่อชดเชยตลาดหลักที่คาดว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกย สำหรับตลาดหลักที่คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ได้แก่ย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป มีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 34.7ย จะมุ่งส่งเสริมเพื่อรักษาตลาดไม่ให้การส่งออกลดลง
3. เร่งส่งเสริมธุรกิจบริการอย่างเข้มข้น เพื่อสนับสนุนให้การส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นย โดยที่ธุรกิจบริการมีการจ้างงานโดยตรงประมาณ 1 ล้านคนและทางอ้อมอีกประมาณ 20 ล้านคน สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศปีละประมาณ 500,000 ล้านบาทย โดยมีแผนส่งเสริมธุรกิจบริการทั้งการพัฒนาศักยภาพธุรกิจบริการที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว เช่นย ร้านอาหารไทยจากนโยบายครัวไทยสู่โลกย ธุรกิจบันเทิง/ธุรกิจภาพยนต์/เพลง/การศึกษาย สปาและโรงพยาบาลย เป็นต้นให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดต่างประเทศให้มากขึ้นย และการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการขยายการส่งออกไปต่างประเทศได้ย คือย แฟรนส์ไชส์ย การออกแบบ/ก่อสร้างย อู่ซ่อมรถย และ ธุรกิจการรับตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปผ่านอินเตอร์เน็ต (Tailor Made)ย เป็นต้น
4. สนับสนุนการลดต้นทุนสินค้าในระบบ Trade Logisticsย เพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกย โดย สนับสนุนให้รัฐบาลเร่งการลงทุนด้านสาธารณูปโภคย ด้านการขนส่ง เช่น รถไฟรางคู่ย ท่าเรือย รถไฟ อย่างเต็มที่ย ย ลดขั้นตอนราชการโดยให้บริการส่งออก ณ จุดเดียว(One Stop Service)ให้มากขึ้น ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดย และ สนับสนุนให้มีธุรกิจบริการโลจิสติกส์ครบวงจรของไทยให้มากขึ้น เช่นย สนับสนุนบริษัทไปรษณีย์ไทยและ บริษัทเอกชนอื่น ๆ บริการครบวงจร จากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภคในต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น
5. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ (Internationalization) ให้มากขึ้นย เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยย เพราะราคาขายปลีกสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศสูงกว่าราคาส่งออก(FOB) ถึง 5-10 เท่าย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งวัตถุดิบและแรงงานราคาถูกในตลาดต่างประเทศและอยู่ใกล้ตลาดส่งออกมากขึ้นอีกด้วย โดยดำเนินการสนับสนุนใน 2 รูปแบบ คือ
นายไชยา กล่าวว่า จะให้การสนับสนุนการลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้าในสาขาที่ไทยมีความเข้มแข็งและมีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน เช่นย อาหารย อาหารเพื่อสุขภาพย การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรย การก่อสร้างย พลังงานย สุขอนามัยย การทำ Contract Farmingย ในประเทศเพื่อนบ้านย รวมทั้งสนับสนุนการเปิดสาขาย หาตัวแทนและหุ้นส่วนในต่างประเทศ ในตลาดอาเซียน จีน ตะวันออกกลางย ที่มีศักยภาพและโอกาสในการขยายการส่งออกย เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจไทยในต่างประเทศ
จากการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2551ย ที่ประชุมได้อนุมัติเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2552ย จำนวน 777.6 ล้านบาท เพื่อให้ภาคเอกชนและภาครัฐดำเนินการตามแผนพัฒนาและส่งเสริมการส่งออกย โดยจัดสรรงบตามภารกิจหลักสำคัญๆย ย ได้แก่ย งานสนับสนุนการส่งออก 29.75ย ได้แก่การพัฒนาบุคลากรย ย การพัฒนาสินค้าและธุรกิจบริการเพื่อเพิ่มมูลค่า การพัฒนาข้อมูลการค้า เป็นต้นย ย งานจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ร้อยละ 32.19ย เช่น การจัดงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศย การจัดและต้อนรับคณะผู้แทนการค้าเดินทางมาในประเทศและเดินทางไปต่างประเทศย การจัดงานแสดงสินค้า Thailand Exhibitionย เป็นต้น
โดยจะมีการจัดกิจกรรมในตลาดหลักได้แก่ ตลาดอาเซียน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปย และสหรัฐอเมริกาย ย และตลาดใหม่ได้แก่ ตะวันออกกลาง เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกย อินโดจีนและพม่าย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ยุโรปตะวันออกและยุโรปอื่นๆย ลาตินอมเริกา แคนาดา แอฟริกาย ออสเตรเลียย งานผลักดันตลาดเชิงรุกร้อยละ 11.72ย ได้แก่การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศ และการพัฒนา Trade Logisticย เพื่อการส่งออกย ย งานประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการไทยในต่างประเทศร้อยละ 15.97ย งานประชุมเจรจาการค้าร้อยละ 2.42ย และงานปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าร้อยละ 1.30ย นอกจากนี้ได้เตรียมสำรองให้มีงบส่งเสริมการส่งออกตามนโยบายเร่งด่วนอีก 50ย ล้านบาท
นายไชยาย กล่าวว่า จากงบประมาณปกติและงบกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่กรมส่งเสริมการส่งออกได้รับประมาณ 3,500 ล้านบาทจะสามารถทำให้การส่งออกในปี 2551 เพิ่มขึ้นได้ร้อยละย 15-20ย และในปี 2552ย ย จะได้มีการกำหนดเป้าหมายส่งออก ปี 2552 ให้ชัดเจนได้ในช่วงปลายปี หลังจากการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนและสำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศแล้ว
ข้อมูลจาก มติชน
