ร.ฟ.ท.ประมูล ระบบเช็คอิน-สายพานลำเลียง-รถเข็นสถานีมักกะสันให้เสร็จใน 3 เดือน ก่อนตั้งบริษัทลูก เหตุหากยังไม่ได้ดำเนินการอาจทำให้เปิดไม่ทัน 12 ส.ค. 52นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมืองหรือแอร์พอร์ตลิงค์ว่า ได้มีการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการในการบริหารพื้นที่ซิตี้ แอร์ เทอร์มินอล บริเวณสถานีมักกะสัน ซึ่งเป็นจุดหลักที่จะให้บริการเชคอินสำหรับผู้โดยสารไปยังสนามบินสุวรรณภูมิรวม 7 กิจกรรมและบริการรถลีมูซีน ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อให้ทันกำหนดการเปิดให้บริการของโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ภายในวันที่12 สิงหาคม 2552 นี้
นายยุทธนา กล่าวถึง 7 กิจกรรมที่ ร.ฟ.ท.จะเร่งดำเนินการว่า ประกอบด้วย 1.Baggage Handing Service หรือบริการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระจากสถานีมักกะสันไปสนามบินสุวรรณภูมิ 2.Check in counter Service หรือระบบการแจ้งข่าวสารเที่ยวบินเข้า-ออก และอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและสัมภาระ 3.Left Baggage Service หรือบริการรับฝากสัมภาระของผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าด่วนหรือรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4.Baggage Trolley Service บริการจัดเตรียมรถเข็นกระเป๋าผู้โดยสาร ตามจุดที่กำหนดภายในสถานีมักกะสัน 5.Security Services งานดูแลจัดการจราจร รักษาความปลอดภัยและตรวจค้น 6.Cleaning Service หรืองานทำความสะอาดพื้นที่ภายในสถานีรถไฟฟ้า ตัวรถไฟฟ้า รวมทั้งสถานีจัดเก็บรถไฟฟ้าและโรงซ่อมบำรุง 7.Parking Lot Service บริการจอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์
นายยุทธนา กล่าวว่า จากการหารือกับผู้บริหาร บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. นั้นทาง ทอท.จะไม่เป็นผู้บริหารพื้นที่ ดังนั้น ร.ฟ.ท.จึงต้องเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างบริหาร ซึ่งขณะนี้ มีบริษัทที่เชี่ยวชาญหลายแห่ง เช่น การบินไทย และบริษัทไทยแอร์พอตส์ กราวด์ เซอร์วิส เซส จำกัดหรือ บริษัทไทยแอร์พอร์ตกราวด์เซอร์วิส จำกัด (แท็กส์) สนใจที่จะเข้ามาบริหารจัดการ ว่าจ้างผู้บริหารพื้นที่นั้น ทางคณะกรรมการฯ จะพิจารณาว่าแต่ละสัญญาจ้างของแผนธุรกิจแต่ละโครงการมีมูลค่างานเท่าใด และเข้าข่ายต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2535หรือไม่
ในการกำหนดคุณสมบัติผู้รับจ้างนั้นจะยึดตามแนวทางของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นหลัก โดยเฉพาะระบบเชคอินที่ต้องสอดคล้องกับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งการดำเนินการทั้ง 7 กิจกรรมหรือโครงการนั้นไม่ต้องรอให้จัดตั้ง บริษัทลูกที่จะเข้ามาบริหารงานด้านการเดินรถไฟโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ก็ได้ เพราะสามารถโอนภาระกิจทั้ง 7 กิจกรรมไปยังบริษัทลูกในภายหลังได้ย
นายยุทธนากล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการก่อสร้างโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ กำหนดจะแล้วเสร็จภายในเดือน พฤษภาคม 2552 โดยจะมีการทดสอบระบบการเดินรถไม่น้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งประเด็นหลักจะต้องผ่านการตรวจ สอบและรับรองด้านความปลอดภัยของระบบการเดินรถจากหน่วยงานสากล คือ ICE ก่อน (Independent Safty Reliability Certification Engineer) ซึ่งจะต้องได้ข้อยุติภายใน พฤษภาคม 2552นี้
ข้อมูลจาก มติชน
