ยกเว้นเบนซิน 95 และแก๊สโซฮอล์ อี 20 มีผลวันนี้ พร้อมจัดสรรน้ำมันดีเซลให้เปล่าบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม 5 จังหวัด จังหวัดละ 100,000 ลิตรวานนี้ (22 ก.ย.) นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติ เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มในกลุ่มดีเซลและเบนซินอีก 40-50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้นเบนซิน 95 ที่มีการเก็บเต็มเพดานราคาแล้ว และแก๊สโซฮอล์ อี 20 มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (23 ก.ย.) เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ให้เพิ่มขึ้น เพิ่มเงินสำรองใช้ในการส่งเสริมพลังงานทดแทน และลดผลกระทบช่วงราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งรองรับราคาเอทานอลที่ปรับเพิ่มจาก 18.01 บาทต่อลิตร เป็น 22.12 บาทต่อลิตร และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าการปรับราคาขึ้นของเอทานอลไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในประเทศ โดยราคาขายหน้าสถานีบริการยังคงจำหน่ายในราคาเดิม ทั้งนี้จากการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มครั้งนี้ จะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในกองทุนฯ เพิ่มเป็น 81.9 ล้านบาทต่อวัน หรือ เพิ่มเป็น 2,472 ล้านบาทต่อเดือน
ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ยังมีมติให้จัดสรรน้ำมันดีเซลราคาถูกให้กับกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ใช้ในการขุดลอกร่องน้ำ บวกกับน้ำมันเดิมที่เคยจัดสรรให้ 1,500 ลิตรต่อเดือน เป็น 1,131,000 ลิตรต่อเดือน และให้กรมประมง ใช้ในการขุดลอกหนองบึงและแหล่งน้ำธรรมชาติจำนวน 36,000 ลิตรต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน (ตั้งแต่เดือน ก.ย.-พ.ย.นี้) รวมทั้งยังมีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือดีเซลให้เปล่ากับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใน 5 จังหวัด คือ พิษณุโลก พิจิตร สระบุรี ลพบุรี และนครราชสีมา จังหวัดละ 100,000 ลิตร เพื่อให้มีความคล่องตัวและช่วยเหลือประชาชนได้ทันเหตุการณ์