คอลัมน์ เมืองไทย25น.นายมหาเศรษฐี
แม้สถานการณ์การเมืองบ้านเราจะคลี่คลายลงบ้างแล้วหลังจากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แต่ก็คลี่คลายลงเพียงระดับหนึ่งเท่านั้นขณะเชื้อไฟยังคงโหมอยู่
เพราะกลุ่มพันธมิตรที่ขณะนี้ได้กลายเป็นกระแสหลักของสังคมไทยไปแล้วยืนยันว่าไม่ยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงข้างต้น
ต้องรัฐบาลประชาภิวัตน์เท่านั้นถึงจะรับได้
คำถามก็คือแล้วเจ้าประชาภิวัตน์ของกลุ่มพันธมิตรมันคืออะไร ใช่ตัวเลข 70/30, 80/20, 90/10 อย่างที่เคยเกริ่นไว้เมื่ออดีตหรือเปล่า
แถลงการณ์ฉบับล่าสุดเฉลยออกมาแล้วว่ารัฐบาลประชาภิวัตน์ต้องปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง และปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของกลุ่มทุน
ถ้าตีความตามนั้นสูตรของรัฐบาลประชาภิวัตน์น่าจะ 100/0 คือเป็นตัวแทนที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ไม่มีนักเลือกตั้งเจือปนด้วยให้เป็นเสนียดแม้แต่คนเดียว
ยูโตเปียของกลุ่มพันธมิตรจะเป็นเพียงฝันเปียกหรือไม่ยังไกลเกินกว่าจะมาเสียเวลาคาดการณ์กันในช่วงนี้
แต่ที่แน่ๆ วิกฤตการเมืองไทยคงต้องวุ่นไปอีกนาน
ระบบการเมืองที่ให้ประชาชนเลือกตั้งตัวแทนของตนเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศและนิติบัญญัติซึ่งเป็นวิถีหลักของระบอบประชาธิปไตยที่ทั้งโลกเขายึดถือและปฏิบัติกันนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไปเสียแล้วในความรู้สึกของกลุ่มพันธมิตรและหมู่สาวกบริวาร
พวกเขาปฏิเสธผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนด้วยความเชื่อว่านั่นเป็นเสียงที่ได้มาจากการซื้อขาย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังโง่เขลาและเห็นแก่อามิสสินจ้างอยู่
คนฉลาดซื่อสัตย์สุจริตของประเทศมีเพียงเฉพาะกลุ่มคนที่มานั่งสุมหัวนอนเกลือกกองขี้กองเยี่ยวอยู่ในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น
ซึ่งก็เป็นไปได้เพราะมิเช่นนั้นนักวิชาการ สื่อส่วนใหญ่และผู้อาวุโสในบ้านเมืองหลายคนคงไม่ออกมาส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุนกันสนั่นประเทศหรอก
ก็น่ายินดีกับทิศทางใหม่ของไทย เพราะในขณะที่คนทั้งโลกกำลังมุ่งไปสู่ระบอบประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งอยู่นั้น ฝันของเรากลับสวนทางหวนย้อนไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์
ย้อนลึกไปไกลชนิดที่ว่าประเทศพม่ายังต้องอายเลยทีเดียว
ข้อมูลจาก ข่าวสด
