คอลัมน์ เศรษฐกิจพาทีถุงแดง
หากไม่มีอะไรพลิกผันอีก วันนี้ (17 ก.ย.) สภาผู้แทนราษฎรคงจะมีการโหวตเลือก ส.สมชาย เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
หลังได้ตัวนายกรัฐมนตรีก็จะมีการฟอร์มคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเชื่อว่าหน้าตาคงไม่ผิดเพี้ยนจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาสักเท่าไร
ความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนจะกลับมาหรือไม่ นั่นหมายถึงการลงทุนจะฟื้นตัวหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
ในภาวะปัจจุบันลำพังจะหวังพึ่งการบริโภคและการลงทุนภาครัฐคงไม่ไหว ขนาด นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มือโปรเมกะโปรเจ็กต์ยังออกปากว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าต่อไปได้ต้องมีการลงทุน การบริโภคทั้งจากภาครัฐและเอกชน มีการก่อสร้าง การจ้างงาน
เฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ที่เป็นตัวจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
แต่การลงทุนหยุดชะงัก แม้รัฐบาลจะจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่อง แต่คงไม่สามารถทำงบขาดดุลได้ถึง 10 ปี เพราะจะทำให้เกิดหนี้สาธารณะมากเกินไป
เมื่อถามเลขาธิการ สศช.ให้เหตุผลว่าขืนทำงบประมาณแบบขาดดุลหลายปี ประเทศจะเป็นหนี้หัวโต ส่วนที่ไม่ทักท้วงเรื่องการจัดทำงบประมาณประจำปี 52 ที่ขาดดุล 2.49 แสนล้านบาท ได้คำตอบว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องลงทุนด้านวิจัยพัฒนาแก่บุคลากร เพื่อการลงทุนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าการเมืองจะยุ่งอีนุงตุงนังแค่ไหน
ก็ได้แต่หวังว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะหาทางออกให้การเมืองและเศรษฐกิจไทยได้
ข้อมูลจาก ข่าวสด
