นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส จำกัด ธนาคารเพื่อการลงทุนใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐ จะยื่นขอล้มละลาย ว่า ผลกระทบต่อประเทศไทยมีอยู่ในวงจำกัด เพราะเลห์แมนฯ ไม่ได้เปิดสาขาในไทย มีเฉพาะการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารพาณิชย์ของไทยกับเลห์แมนฯ ในสหรัฐ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง พบว่ามีการลงทุนในเลห์แมนฯ 4,300 ล้านบาท จากจำนวนสินทรัพย์รวมที่ธนาคารพาณิชย์ไทยไปลงทุนในต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนก.ค. มีมูลค่า 102,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.3% ของสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ดังนั้น วงเงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท ถือว่าเป็นมูลค่าที่ต่ำ ไม่มีผลกระทบต่อฐานะและความมั่นคงของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย เพราะฐานะธนาคารพาณิชย์ไทยมีความแข็งแกร่ง สภาพคล่องในระบบธนาคารส่วนใหญ่ประมาณ 70% มาจากเงินฝากในประเทศ และธนาคารพาณิชย์ก็มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงถึง 12%สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือ เงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐคงจะมีการขายหุ้นหรือสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในเอเชีย เพื่อนำเงินกลับไปสหรัฐช่วยเหลือสถานภาพของสถาบันการเงินในสหรัฐ ซึ่งธปท.ย้ำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธนาคารปรับตัวได้ ส่วนผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลกนั้น คงต้องติดตามดูว่าปัญหาสถาบันการเงินสหรัฐคงจะยังไม่ยุติ และคงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐและอีกหลายประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดต่างประเทศที่อาจต้องชะลอตัวลง
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า กรณีที่ เลห์แมน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐอย่างมากนั้น จะส่งผลกระทบต่อภาวะลงทุนในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติอาจจะหาได้ยากขึ้น ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายลงโดยเร็ว ที่ผ่านมาปัญหาทางด้านการเมืองส่งผลให้มูลค่าของตลาดหุ้นไทยลดลงถึง 20% โดยในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายหุ้นไทย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นสูงสุดที่ระดับ 652.07 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ระดับ 640.03 จุด จนดัชนีปิดตลาดที่ 642.39 จุด ลดลง 11.95 จุด หรือ 1.83% มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 7,453.57 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 20 เดือน
นางวิริยา ลาภพรหมรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เกียรตินาคิน จำกัด กล่าวว่า ข่าวกิจการของเลห์แมนฯ จะล้มละลาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นทั้งภูมิภาคปรับลดลงตามกันเฉลี่ย 4% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยลดลงเฉลี่ยเพียง 2% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่คลายความตึงเครียดหลังจากนายสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ข้อมูลจาก ข่าวสด
