ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกปีนี้ โดยขยายตัว 5.3% จากปัญหาการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อ และผลจากการใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยังมีแรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ส่วนปีนี้ทั้งปีจีดีพีน่าจะขยายตัว 5.2-5.7% เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 4.5-5.5% ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนหลักอยู่ที่การส่งออก ซึ่ง 7 เดือนแรกขยายตัวสูงถึง 27.4% ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกเฉลี่ยทั้งปีนี้ จะขยายตัวได้ถึง 16.5% สูงกว่าที่เคยคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 13.3%ส่วนแนวทางบริหารเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลควรทำในครึ่งปีหลัง คือ รัฐบาลควรเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน และควรดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ และสร้างความเชื่อมั่นในการผลิตพืชพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องติดตามการดำเนินมาตรการดูแลค่าครองชีพ 6 มาตรการ 6 เดือน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะยังมีแรงกดดันของสินค้าอุปโภคบริโภคที่รอการปรับขึ้นราคามาก่อนหน้าที่ราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มสูงขึ้น
รัฐบาลควรสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ซึ่งการลงทุนถือเป็นหัวใจขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจปีหน้า แม้การส่งออกจะยังขยายตัวได้ดีในครึ่งปีหลัง แต่เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง ดร.อำพนกล่าว
ด้าน ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทิศทางดอกเบี้ยในไทยควรจะเป็นไปในแนวทางเดียวกับทั่วโลก ที่จากนี้ไปจะไม่อยู่ในช่วงขาขึ้น หากไทยขึ้นดอกเบี้ยอีก อาจทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐมีมากขึ้น จนส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนได้ โดยอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทถือว่าน่าเป็นห่วงและต้องติดตามใกล้ชิด
หลังจากนี้หาก ธปท.จะปรับเพิ่มราคาดอกเบี้ย ก็ควรจะต้องออกมาชี้แจงรายละเอียด และเหตุผลที่จะปรับขึ้นให้ทราบอีกครั้ง ดร.วีรพงษ์กล่าว
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลคงเป้าการเติบโตเศรษฐกิจที่ 6% ส่วนตัวเลขที่ สศช.ประกาศเป็นเพียงการคาดการณ์ ที่ยังไม่รวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเสนอต่อ ครม.เร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังรัฐบาลได้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้แล้ว ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีน่าจะเติบโต 6% ได้
หมายจับกับบรรจง : รุมยำเกือบตายเพราะยิงหมาคนรวย
เรื่องการใช้อิทธิพลอย่างป่าเถื่อนยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยอยู่ตลอดครับ ล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองเล็ก แต่คนใหญ่ มีกรณีชาวบ้านถูกกลุ่มลูกสาวของเศรษฐินีเงินกู้รายใหญ่รายหนึ่งในจังหวัดรุมทำร้ายปางตาย โดยมีสาเหตุแค่ไม่พอใจที่สุนัขเลี้ยงไว้ถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก เพราะไปวิ่งไล่กัดชาวบ้าน !!!
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
