นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2551 ว่ามีมูลค่าราว 16,957 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 43.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 17,984 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 55.06% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้เดือนกรกฎาคมปีนี้ ไทยมียอดขาดดุลการค้าราว 1.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการส่งออกที่ขยายตัวในเดือนกรกฎาคมนี้ เป็นการเพิ่มขึ้นตามความต้องการและราคาส่งออกทั้งนี้ การส่งออกมีการขยายตัวในอัตราสูงทั้งในตลาดหลักและตลาดใหม่ โดยตลาดใหม่มีการขยายตัวสูงถึง 56.1% ขณะที่ตลาดหลักขยายตัว 33.2% ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกไปตลาดใหม่เพิ่มเป็น 50.7% และสัดส่วนการส่งออกไปตลาดหลักลดลงเหลือ 49.3%
ส่วนการนำเข้าในเดือนกรกฎาคม มีการนำเข้าสินค้าสำคัญเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยในกลุ่มสินค้าเชื้อเพลิงมีการนำเข้า 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 98.2% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบ ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน
สำหรับการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่า 1.04ย แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 26.1% ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่สูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ที่มีมูลค่า 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 44.5% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญรวมเชื้อเพลิงมีมูลค่า 7.98 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.8% ด้านการนำเข้าในช่วง 7 เดือนแรก มีมูลค่า 1.06 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัว 36.8% ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยในช่วง 7 เดือนแรกปี 2551 ขาดดุลอยู่ 2.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้าน ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ค่าเงินบาทในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา อ่อนค่ามากเกินไป แต่ตอนนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และตั้งแต่ต้นปีนี้เงินบาทอ่อนค่าลงมาราว 1% เศษ ซึ่งถือเป็นระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับภูมิภาค ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ ธปท.ต้องนำมาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อกำหนดทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย โดยจะต้องดูข้อมูลความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เรื่องเงินเฟ้อ รวมถึงปัจจัยทั้งภายนอกประกอบด้วย
ถอดรหัสบอมบ์ สุไหงโก-ลก สัญญาณปฏิเสธกลุ่มใต้ดินฯ
เหตุระเบิดหน้า สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เขย่าขวัญคนในสามจังหวัดชายแดนใต้ อีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
