ซัพพลายเออร์พลิกกลยุทธ์สู้ต้นทุนพุ่ง หลังรมว.พาณิชย์คนใหม่ ''''''ไชยา สะสมทรัพย์'''''' สั่งตรึงราคาสินค้าต่ออีก 6-8 เดือน ''''''ไลอ้อน'''''' งัดเกมประหยัดงบ เน้นการลงทุนที่คุ้มค่า ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ขณะที่ ''''''จอห์นสัน''''''มุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด ส่วน ''''''ยูนิลีเวอร์'''''' เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพร้อมเข็นสินค้าใหม่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีปลุกยอด ด้านโมเดิร์นเทรดกระหน่ำแคมเปญลด แลก แจก แถมอย่างต่อเนื่องแม้นโยบายการขอตรึงราคาสินค้าจากกรมการค้าภายใน ที่มีแผนจะขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคตรึงราคาไปจนถึงสิ้นปีจะยังไม่มีข้อสรุป โดยล่าสุดรมว.พาณิชย์คนใหม่ นายไชยา สะสมทรัพย์ ได้ออกมากำหนดนโยบายให้ผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าต่ออีก 6-8 เดือน โดยอ้างราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในขณะนี้ แต่จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข่งขันในธุรกิจมีความรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าหรือซัพพลายเออร์ต่างพยายามพลิก
กลยุทธ์ลดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบถึงขั้นที่ต้องปรับขึ้นราคา โดยส่วนใหญ่ต่างยืนยันว่าจะตรึงราคาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ต่อเรื่องดังกล่าวนายบุญฤทธิ์ มหามนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือสหพัฒน์ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค อาทิ ผงซักฟอกเปา ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าเอสเซ้นส์ แป้งเด็กโคโดโม ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากซิสเท็มมา เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาบริษัทจะได้ปรับราคาสินค้าทางอ้อมด้วยการลดปริมาณสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้าง ทั้งผงซักฟอกและน้ำยาล้างจานลง 10% แต่การปรับขึ้นราคาสินค้าดังกล่าวยังไม่เท่ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงถึง 30% ทั้งจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ เนื่องจากบริษัทไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภค
เห็นได้ว่าการปรับขึ้นราคาสินค้าของบริษัท ไม่ได้ปรับขึ้นเลยในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าคู่แข่งในตลาดจะมีการปรับขึ้นราคาหลายครั้งแล้วก็ตาม โดยบริษัทได้ใช้การบริหารจัดการภายในเพื่อลดต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทจะปรับขึ้นราคาสินค้าอีกหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน แต่พยายามจะตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุด และยืนยันว่าถ้าจะต้องปรับขึ้นจริงๆ ก็จะปรับหลังจากคนอื่นปรับไปแล้ว กรรมการผู้จัดการกล่าวและว่า
นอกจากนี้ บริษัทจะลดความฟุ่มเฟือยในเรื่องของงบประมาณการทำตลาด โดยจะเน้นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ด้วยการหันไปเจาะตรงถึงกลุ่มลูกค้า รวมทั้งการผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลังด้วย
ขณะที่นางสาวประมวลศรี คงยิ่งยง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาถึงเรื่องต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะขึ้นราคาสินค้าหรือไม่ แต่ทั้งนี้จะพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกันนี้ยังมองว่า ราคาสินค้าไม่ใช่ปัจจัยหลักในการรุกตลาดของจอห์นสัน แต่บริษัทจะให้ความสนใจกับเรื่องการค้นคว้านวัตกรรมสินค้าออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องมากกว่า รวมทั้งใช้การบริหารจัดการภายในเพื่อลดต้นทุนให้ได้มากที่สุดด้วย
ด้านนางพงษ์ทิพย์ เทศะภู ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ทางยูนิลีเวอร์ยังไม่มีแผนการปรับราคาสินค้าภายในสิ้นปีนี้ แต่มีแผนรุกตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายมากขึ้น ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการออกสินค้าใหม่สู่ตลาด เนื่องจากช่วงไตรมาสที่ 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงฤดูการขายของสินค้าต่างๆ เพราะตรงกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง คาดว่าผู้บริโภคจะมีการจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น ประกอบกับปีนี้ผลผลิตภาคเกษตรดีขึ้น ทำให้คาดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้นในช่วงดังกล่าว
สำหรับยักษ์คอนซูเมอร์อย่างพีแอนด์จีเองก็ยืนยันที่จะตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเรื่องนี้นางสาวปริญดา หัศฎางค์กุล กรรมการผู้จัดการ พีแอนด์จี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาต้นทุนสินค้าด้านต่างๆ จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่ทางพีแอนด์จียังไม่ได้มีการปรับราคาสินค้าในกลุ่มหลักๆ ทั้งผิวและผมในช่วงต้นปีที่ผ่านมาแต่อย่างใด รวมทั้งจะพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทั้งนี้การจะขึ้นราคาสินค้าหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลักในหลายๆ ด้าน ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ รวมถึงหากจะขึ้นราคาสินค้าก็ต่อเมื่อการใช้ทางเลือกอื่นๆ ที่มีอยู่ไม่สามารถรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงได้
อย่างไรก็ตาม พีแอนด์จีได้ใช้การบริหารจัดการลดต้นทุนการใช้พลังงาน ทั้งการหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันหนักในโรงงานผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมที่มีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งช่วยลดการเผาน้ำมันได้ถึง 2 ล้านลิตรต่อปี และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยลดลง 30% รวมถึงการปรับกระบวนการปล่อยน้ำเสียออกสู่ธรรมชาติ คาดว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนหมดได้ประมาณ 90 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการออกสินค้าใหม่สู่ตลาด ประมาณ 25 ราย
การ รวมถึงจะใช้กลยุทธ์สินค้าคุ้มค่าสอดรับกับกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแชมพูแพนทีนราคา 20 บาท แปรงสีฟันออรัล-บี ครอสแอ็คชั่น มาสสาจ ราคา 10 บาทและโอเลย์ โททัล เอฟเฟ็คส์ขนาดเล็กออกสู่ตลาด
ขณะที่ห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะโมเดิร์นเทรดเอง ก็ใช้กลยุทธ์โปรโมชันส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งลด แลก แจม แถม เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การซื้อสินค้าแพ็กคู่ราคาประหยัด หรือกลยุทธ์ซื้อ 1 แถม 1 อาทิ ห้างเทสโก้ โลตัส ได้จัดโปรโมชันรอบล่าสุดตั้งแต่ 30 กรกฎาคม-28 สิงหาคม 2551 ลูกค้าสามารถซื้อคอฟฟีเมต 2 ชิ้นราคา 115 บาท จากปกติชิ้นละ 63 บาท ประหยัดไป 11 บาท และท็อปส์มาร์เก็ตจัดกิจกรรมราคาพิเศษยาวไปจนถึงวันแม่ 12 สิงหาคมนี้
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
