นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า การจัดทำแผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมระหว่างปี 2551-2555 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมให้เกิดเป็นรูปธรรม และเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของปัจจัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการแข่งขันที่รุนแรง ขณะนี้มี 16 โครงการที่ สศอ.จัดสรรวงเงินไปแล้ว 230 ล้านบาท ครอบคลุมสาขาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหารยานยนต์ และชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และเหล็กทั้งนี้ แผนแม่บทดังกล่าวได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การยกระดับความสามารถทักษะแรงงาน 2.การยกระดับความสามารถทางด้านบริหารจัดการ 3.การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร 4.การพัฒนาระบบขนส่งภายในกลุ่มอุตสาหกรรม และ 5.การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ และซัพพลายเชน
ส่วนผลการดำเนินงานปัจจุบันพบว่ามีความคืบหน้าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้แล้วประมาณ 60% เช่น ในด้านการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ การพัฒนาความสามารถของบุคลากรในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในโรงงานเป้าหมาย เพื่อรองรับกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ของรัฐบาล และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ และจุดวิกฤติที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหารเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต
จากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไอเอ็มดีพบว่า ในปี 2551 ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น 6 ขั้น จากอันดับ 33 มาเป็นอันดับ 27 เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก โดยในอนาคตกระทรวงอุตสาหกรรมมีเป้าหมายยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 20 ภายในระยะเวลา 4 ปี ผู้อำนวยการ สศอ.กล่าว
พิทักษ์ เขาพระวิหารเขมรเหนือเมฆ...เกมเหนือชั้น
หลังจากที่หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคฝ่ายค้าน วุฒิสมาชิก และนักวิชาการบางส่วน พยายามแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหาร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
