บลจ.ไอเอ็นจีฯ เปิดตัวกองทุนใหม่ กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ดับบลิวทีไอ ออยล์ ลิงค์ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่อ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ชูจุดเด่นผลตอบแทนอิงกับราคาน้ำมัน และคุ้มครองเงินต้น 100% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย พร้อมเลิกกองทุนทันทีหากราคาน้ำมันขยับขึ้น 6% คาดผู้ลงทุนได้ผลตอบแทน 10% ต่อปีนายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกกองทุนใหม่คือ กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ดับบลิวทีไอ ออยล์ ลิงค์ ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) แบบคุ้มครองเงินต้น 100% ในสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยตราสารดังกล่าวจะมีผลตอบแทนที่อ้างอิงกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (NYMEX WTI Crude Oil หรือ CL1) ที่เพิ่มขึ้น เปิดขายหน่วยลงทุนวันที่ 24-30 กรกฎาคมนี้ และมีโปรโมชันพิเศษ รับฟรีบัตรน้ำมัน ปตท. มูลค่า 1,000 บาท ของทุกๆ ยอดจองซื้อ 1 ล้านบาท
ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวถือเป็นกองทุนแรกที่ผลตอบแทนอ้างอิงกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤติราคาน้ำมันแพง อีกทั้งมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนสาเหตุที่บลจ.ไอเอ็นจี เลือกน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสนั้นเพราะเป็นตลาดซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าที่มีสภาพคล่องและสัดส่วนการซื้อขายล่วงหน้ามากที่สุดประมาณ 50% ของยอดการซื้อขายในตลาดโลก และยังถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ในการอ้างอิงราคาน้ำมันดิบที่ใช้มากที่สุดในโลกด้วย
นายมาริษ กล่าวถึงจุดเด่นของกองทุนว่า ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนสูงถึง 10% ต่อปี จากการที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส ปรับเพิ่มขึ้น 6% นับจากวันที่ลงทุนเริ่มแรก ณ วันที่กำหนด คือ พิจารณาทุกๆ 6 เดือน (เดือนที่ 6, 12, 18 และเดือนที่ 24) โดยเทียบกับราคาปิดของวันที่ลงทุนวันแรก หากราคาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงเท่ากับหรือมากกว่า 6% ผู้ออกตราสารจะชำระคืนเงินต้นและผลตอบแทนรวม 10% ต่อปี ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งกองทุนจะรับซื้อคืนอัตโนมัติและเลิกกองทุนตามระยะเวลาที่ทำได้ (ในเดือนที่ 6 จะได้รับผลตอบแทนที่ 105% ต่อเงินต้น หรือในเดือนที่ 12 จะได้รับที่ 110% ต่อเงินต้น หรือในเดือนที่ 18 จะได้รับที่ 115% ต่อเงินต้น หรือในเดือนที่ 24 เดือนได้รับที่ 120% ต่อเงินต้น)
ทั้งนี้หากในแต่ละรอบการพิจารณาราคาปิดปรับตัวไม่ถึง 6% สามารถรอพิจารณาในรอบถัดไป เช่น ในรอบเดือนที่ 6 หากราคาปิดปรับตัวไม่ถึง 6% สามารถรอพิจารณาในรอบถัดไป คือ ในรอบเดือนที่ 12 และจะพิจารณาเช่นนี้ในรอบถัดไปหากราคาปิดปรับตัวไม่ถึง 6% เช่นกัน อย่างไรก็ตามหากครบกำหนดระยะเวลาลงทุน 2 ปีแล้วราคาปิดไม่สามารถปรับตัวเพิ่มสูงกว่า 6% ได้ ผู้ออกตราสารจะชำระคืนเงินต้นในรูปสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียให้กับผู้ลงทุนเท่านั้น
นายมาริษ กล่าวว่า จากกลไกการลงทุนดังกล่าว บลจ.ไอเอ็นจีฯ ได้ทำแบบจำลองการลงทุนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2544 จนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 โดยมีตราสารลงทุนรวม 1,821 ครั้ง พบว่า 68.15% หรือตราสารที่ลงทุน 1,241 ครั้ง มีราคาปิดที่สูงกว่า 6% และสามารถจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนคืนได้ในเดือนที่ 6 โดยมีเพียง 14.44% ที่สามารถจ่ายคืนได้ในเดือนที่ 12 และ 14.33% สามารถจ่ายคืนได้ในเดือนที่ 18 และ 2.91% ที่สามารถจ่ายคืนได้ในเดือนที่ 24 โดยมีเพียง 0.16% หรือเพียง 3 ครั้งเท่านั้นที่ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มไม่ถึง 6% ตลอดอายุและผู้ลงทุนได้รับชำระคืนเฉพาะเงินต้น ณ สิ้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นปีครบกำหนดอายุการลงทุน
อีกจุดเด่นของกองทุนดังกล่าวที่สามารถสร้างความมั่นใจในการลงทุนก็คือ การคุ้มครองเงินต้น 100% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งหากพิจารณาทิศทางของค่าเงินนั้นมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทในอนาคต โดยตั้งแต่ต้นปีมานี้เงินดอลลาร์ออสเตรเลียได้แข็งค่าขึ้นมาประมาณ 10% แล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวด้วย ในกรณีที่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท เพราะกองทุนไม่ได้มีการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
