ชาวบ้าน 3 หมู่บ้านสุดทนพฤติกรรมเจ้าคณะตำบล ทั้งชกหน้า ส.ท.หญิง ขับรถยนต์ชนชาวบ้าน กระทืบนักเรียน ปิดประตูโบสถ์ไม่ให้บวชพระใหม่ ไม่ออกบิณฑบาต เผยเผ่นก่อนชาวบ้านชุมนุมไล่ นอภ.รับเรื่องยันความผิดอาญามีการแจ้งความแล้ว ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย พร้อมเสนอสำนักพุทธฯ ตั้งกรรมการสอบวินัย ยันต้องรู้ผลใน 15 วันเหตุการณ์ชาวบ้าน 3 หมู่บ้านชุมนุมขับไล่เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบล เหตุทนพฤติกรรมไม่ไหว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 เมษายน กลุ่มชาวบ้านใน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ร่วม 100 คน ได้รวมตัวกันอยู่ที่หน้าวัดเหล่าขวัญ หมู่ 3 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ เพื่อขับไล่ พระครูสถิตธรรมาภิรม หรือพระอาจารย์จิต เจ้าอาวาสวัดเหล่าขวัญ และเจ้าคณะตำบลหินลาด ให้ย้ายออกจากวัดเหล่าขวัญโดยเร็วที่สุด พร้อมเขียนป้ายด่าทอและชี้แจงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าอาวาส รวบรวมหนังสือร้องเรียน หลักฐานการแจ้งความในอดีต พร้อมรายชื่อชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเหล่าขวัญ หมู่ 3 หมู่ 4 และบ้านท่าช้าง หมู่ 2 ต.ท้อแท้ รวม 246 รายชื่อ ยื่นต่อ นายกิตติพงศ์ ศิริสานนท์ นายอำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งมารับฟังข้อร้องเรียนของชาวบ้าน ที่หน้าวัดเหล่าขวัญ
การประท้วงขับไล่ครั้งนี้นำโดย นางมนัญชยา เพชรลานน์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบล (ส.ท.) วัดโบสถ์ ผู้ที่ถูกพระครูสถิตธรรมาภิรมตบและชกที่ใบหน้า ภายในวัดเหล่าขวัญ เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา และมีการแจ้งความที่ สภ.อ.วัดโบสถ์ ในวันเกิดเหตุ แต่ขณะที่ชาวบ้านรวมตัวประท้วงนั้น พระครูสถิตธรรมาภิรมได้ออกจากวัดไปก่อนหน้านี้แล้ว
นางมนัญชยา กล่าวว่า นับตั้งแต่พระครูสถิตธรรมาภิรมมาจำวัดอยู่ที่วัดเหล่าขวัญ เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ก็สร้างความเสื่อมเสียให้แก่วัดมาตลอด ชาวบ้านต่างพากันเอือมระอา และเมื่อเดือนมีนาคม 2547 มีชาวบ้าน ได้แก่ นายรุ่งโรจน์ พูลหน่าย ผู้ใหญ่บ้านบ้านเหล่าขวัญ นายเสอื้อน เนียมมา ประธานชุมชน นายสมชาย ดีเหม็น สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) หมู่ 3 รวมทั้งชาวบ้านอีก 249 คน ได้ลงชื่อร้องเรียนให้ย้ายพระครูสถิตธรรมาภิรมออกจากวัดเหล่าขวัญ ต่อเจ้าคณะอำเภอวัดโบสถ์มาแล้ว
นางมนัญชยา กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องขับไล่ เพราะตั้งแต่มารับตำแหน่งเจ้าอาวาสก็ไม่เคยออกบิณฑบาตซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ที่ต้องปฏิบัติ ไม่สวดมนต์ และขับรถยนต์ไปในที่สาธารณะเป็นประจำ ซึ่งเป็นที่ครหาแก่ผู้พบเห็น ขัดขวางงานชาวบ้านที่จะเข้าไปบำเพ็ญกุศล ไม่ว่าจะเป็นงานอุปสมบท งานฌาปนกิจ มีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่สุภาพกับบุคคลทั่วไป
นางมนัญชยา กล่าวว่า พฤติกรรมก้าวร้าวครั้งล่าสุดได้กระทำกับตนเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะกำลังดับกองไฟที่ลานวัดเหล่าขวัญ เพื่อให้คณะลิเกที่ชาวบ้านว่าจ้างมาแสดงในงานสงกรานต์และได้ตั้งเวทีเอาไว้ ปรากฏว่าพระอาจารย์จิตไม่ทราบว่าขับรถมาจากไหนแล้วเฉี่ยวตน ก่อนที่จะเปิดประตูลงมาตบหน้าและชกอีก 1 หมัดจนล้มทั้งยืน ถึงขณะนี้ยังมีร่องรอยฟกช้ำบนใบหน้าให้เห็นอยู่
นางมนัญชยา กล่าวอีกว่า แม้จะมีคนเห็นเหตุการณ์หลายคน แต่พระอาจารย์จิตก็ยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมก้าวร้าว ยังชี้หน้าด่าตนอีกว่า เก่งนักหรือ จะมีปัญญาทำอะไรได้ ตนกับกลุ่มชาวบ้านคิดว่าพระอาจารย์จิตไม่ควรอยู่ที่วัดเหล่าขวัญอีกต่อไป เพราะได้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเคยขึ้นโรงพักเสียค่าปรับมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรม จนชาวบ้านไม่ยอมเข้าไปทำบุญ และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่วัด จึงมารวมตัวกันร้องเรียนต่อนายอำเภอวัดโบสถ์ให้จัดการย้ายเจ้าอาวาสออกจากวัดโดยด่วน
นายบุญฤทธิ์ พูลหน่าย อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 3 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ กล่าวว่า พระอาจารย์จิตเคยทำร้ายลูกชายของตน คือ ด.ช.ธรรมวิทย์ พูลหน่าย เมื่อปี 2547 ขณะนั้นลูกชายเรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านเหล่าขวัญ ซึ่งอยู่ติดกับวัด และวิ่งเล่นกับเพื่อนในโรงเรียนช่วงพักเที่ยง ลูกชายถูกพระอาจารย์จิตตบศีรษะ เตะและถีบลำตัว ครั้งนั้นแจ้งความที่ สภ.อ.วัดโบสถ์ ซึ่งพระอาจารย์จิตก็ยอมรับว่าทำจริง
ด้านนางเล็ก พันเหล็ก อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 3 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบภส์ ผู้ประสบเหตุพฤติกรรมก้าวร้าวของพระอาจารย์จิตอีกราย กล่าวว่า ในงานอุปสมบท นายประทุม พันเหล็ก ลูกชาย เมื่อหลายปีก่อน ตั้งใจและเตรียมงานมาบวชที่วัดเหล่าขวัญ แต่พอจัดขบวนแห่นาครอบโบสถ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าอาวาสกลับนำกุญแจมาล็อกประตูโบสถ์ไว้ เพราะไม่พอใจที่หุงข้าวเช้าให้ฉันช้า ช่วงนั้นต้องนำลูกชายไปบวชที่วัดโบสถ์แทน
นายกิตติพงศ์ ศิริสานนท์ นายอำเภอวัดโบสถ์ กล่าวว่า จะสอบสวนให้เสร็จภายใน 15 วัน โดยจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก เพื่อประสานงานกับเจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะจังหวัดพิจารณาด้านวินัยสงฆ์ ส่วนเรื่องคดีความที่ชาวบ้านเข้าแจ้งความต่อ สภ.อ.วัดโบสถ์ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งก็มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว แต่เรื่องวินัยสงฆ์และความต้องการของชาวบ้านให้ย้ายเจ้าอาวาสออกจากวัดนั้น จะเร่งดำเนินการประสานให้เร็วที่สุด เพราะหากชาวบ้านไม่อยากให้พระจำวัดอยู่ พระก็คงจะอยู่ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกลุ่มชาวบ้านยื่นหนังสือต่อนายอำเภอวัดโบสถ์แล้ว ยังมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายบุญเรือง แตงก่อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ดำเนินการต่อไป
โดยนายบุญเรือง กล่าวว่า ขณะนี้รับทราบเรื่องแล้ว แต่เนื่องจากพระครูสถิตธรรมาภิรม เป็นเจ้าคณะตำบลหินลาด การพิจารณาวินัยสงฆ์ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าผิดวินัยสงฆ์ถึงขั้นต้องสึกหรือไม่
หลังจากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้เดินทางไปยังสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก วัดจูงนาง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พระราชธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ให้ดำเนินการย้ายเจ้าอาวาสวัดเหล่าขวัญออกจากวัด และพิจารณาว่าผิดวินัยสงฆ์ขั้นร้ายแรง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
