อาลัย-นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ นักเขียนอาวุโส เป็นประธานอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพนายสุวัฒน์ วรดิลก นักเขียนศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา รพีพร ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม โดยมีบุคคลจากวงการต่างๆ มาร่วมไว้อาลัยล้นหลาม เมื่อวันที่ 17 เม.ย.เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ภายหลังครอบครัวของนายสุวัฒน์ วรดิลก ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา รพีพร, ศิวะ รณชิต, ไพร วิษณุ ฯลฯ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ที่บ้านศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา นำศพนายสุวัฒน์มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีญาติสนิท บรรดาลูกศิษย์ เพื่อนนักคิดนักเขียน และศิลปินชื่อดังวงการบันเทิงและวงการเพลง เดินทางมารดน้ำศพนายสุวัฒน์เป็นจำนวนมาก ขณะที่นางเพ็ญศรี พุ่มชูศรี หรือป้าโจ๊ว ภรรยา ขณะนี้พักรักษาอาการเส้นเลือดฝอยในสมองแตกอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ ไม่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ แต่ญาตินำพวงหรีดลงชื่อนางเพ็ญศรีมาตั้งไว้บริเวณงานศพด้วย
กระทั่งเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพ โดยมีนายศักดิชัย บำรุงพงศ์ หรือเสนีย์ เสาวพงศ์ นักเขียนอาวุโส เป็นประธานอาบน้ำหลวงอาบศพ
นายวันจักร วรดิลก น้องชายศิลปินแห่งชาติผู้จากไป กล่าวว่า นายสุวัฒน์เป็นเหมือนพ่อที่คอยเลี้ยงดูน้องๆ ส่งเสียให้เรียนหนังสือทุกคน นายสุวัฒน์เป็นนักเขียนอัจฉริยะ เคยป่วยหนักด้วยวัณโรคขั้นรุนแรงตั้งแต่อายุ 25 ปี อาเจียนเป็นเลือด ญาติพี่น้องต่างคิดว่าคงไม่รอดแล้ว แต่ก็ได้รักษาตัวจนอาการดีขึ้น หลังจากนั้นเมื่อแข็งแรงขึ้นก็เหมือนได้พรวิเศษ สามารถกลับมาเขียนบทประพันธ์เรื่อง เปลวสุริยา จนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย จากนั้นก็มีบทประพันธ์อีกหลายเรื่องตามมา
นายวันจักรกล่าวอีกว่า ผลงานของนายสุวัฒน์มีหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นประเภทจินตนิยาย นอกจากนั้นยังมีงานเขียนที่ให้แง่คิดเรื่องความยุติธรรมของสังคม ซึ่งรู้จักกันดี เช่น พิราบแดง แต่ช่วงหลังสุขภาพนายสุวัฒน์ไม่ค่อยดี จึงหยุดงานเขียนเพื่อพักผ่อน แต่ก็ยังคงให้ความรู้ ให้คำแนะนำกับศิษย์รุ่นหลัง โดยเฉพาะหากมีใครมาขอคำแนะนำไม่เคยปฏิเสธเลย
นายวันจักรกล่าวต่อว่า สำหรับนางเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ญาติหารือกันแล้วไม่ควรแจ้งข่าวการเสียชีวิตของนายสุวัฒน์ให้ทราบ เกรงว่าจะเกิดอาการช็อก เพราะทั้งสองมีความรักและผูกพันกันมาก ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางเพ็ญศรีมีอาการทรุดหนัก จำใครไม่ได้
ขณะที่นายฉัตรชัย วรดิลก บุตรชายบุญธรรมนายสุวัฒน์ กล่าวว่า แม่ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดฝอยในสมองซึม จึงยังไม่ได้แจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อให้ทราบ เพราะต้องการให้พักผ่อนมากๆ แต่แม่ถามถึงพ่อตลอดเวลา เมื่อตนไปเยี่ยมก็จะถามตลอดว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่ ทั้งนี้คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง ให้มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น จากนั้นจึงจะแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อให้ทราบ
ส่วนนายชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง กล่าวว่า ตนไม่คิดว่านายสุวัฒน์จะเสียชีวิตกะทันหันอย่างนี้ เพราะระหว่างนี้กำลังจัดเตรียมคอนเสิร์ต ครบรอบ 84 ปีให้กับนายสุวัฒน์และตน ซึ่งตนและนายสุวัฒน์ผูกพันกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน เป็นเพื่อนรักกันมานาน อีกทั้งนายสุวัฒน์ยังเป็นผู้ที่ชักนำชีวิตของตนไปสู่การเป็นนักแต่งเพลงและมีชี่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ นายสุวัฒน์พูดกับตนเสมอว่าบทเพลงเก่าๆมีคุณค่า อยากให้ช่วยกันนำเพลงเก่าๆออกมาโชว์ เพื่อให้สังคมเห็นคุณค่า ซึ่งตนก็จะพยายามสืบทอดเจตนารมณ์ของนายสุวัฒน์
ด้านนายสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ สาขาเพลงไทยสากล-ขับร้อง กล่าวว่างานคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นวันที่ 24 มิ.ย.นี้ เดิมสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ตั้งใจจัดคอนเสิร์ตการกุศลเนื่องในโอกาสครบรอบ 84 ปีให้กับทั้งนายสุวัฒน์และนายชาลี ซึ่งตกลงรายละเอียดของงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังจองหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไว้แล้วด้วย เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปพบนายสุวัฒน์ที่บ้านศรีราชา ก็ช่วยกันคิดรูปแบบของงานคอนเสิร์ตนี้ พร้อมกันนั้นนายสุวัฒน์ยังให้ไอเดียที่จะให้มีละครสั้นแสดงในวันนั้นด้วย โดยหนึ่งในนั้นนายสุวัฒน์รับปากว่าจะช่วยเขียนบทประพันธ์ให้ ชื่อเรื่องตำนานรักจากปราสาทหินพิมาย แต่เมื่อนายสุวัฒน์เสียชีวิตไปก่อนก็คงต้องตัดส่วนนี้ออกไป แต่การแสดงคอนเสิร์ตวันที่ 24 เม.ย.นี้ยังจะจัดต่อไป เพื่อรำลึกถึงศิลปินแห่งชาติ ผู้มีคุณประโยชย์ต่อวงการงานเขียนของประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดจะมอบให้กับการกุศลและมูลนิธิเพ็ญศรี รพีพร
วันที่ 8 เม.ย.ที่ผมเข้าไปเยี่ยมคุณสุวัฒน์ ก็ยังพูดคุยหยอกล้อกัน ไม่มีทีท่าของอาการเจ็บป่วย ยังคุยกันอย่างสนุกสนานของรายละเอียดคอนเสิร์ตว่าจะทำอะไรบ้าง ซึ่งคุณสุวัฒน์ก็ดูแข็งแรงดี แต่ในวันนั้นก็เปรยๆขึ้นด้วยว่า ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ถึงวันงานหรือเปล่า ซึ่งผมก็ได้ต่อว่าไปว่าทำไมถึงพูดอย่างนี้ ไม่น่าพูด คุณสุวัฒน์ยังกล่าวด้วยท่าทีหัวเราะว่าพูดเล่น อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้วรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะคุณสุวัฒน์เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถืออย่างยิ่ง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผม ทำให้ผมมีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ จนได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งในทุกๆปีผมจะพยายามจัดกิจกรรมงานพิเศษ เพื่อรำลึกถึงคุณสุวัฒน์ไม่ให้ถูกลืมเลือนไปจากสังคมไทย ศิลปินแห่งชาติรุ่นน้องกล่าว
หน้า 15
ข้อมูลจาก ข่าวสด
