วันที่ 17 เม.ย. นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผสมเทียมหมีแพนด้า และการตกลูกของหมีโคอาล่า ว่า หลังจากที่ได้ผสมเทียมให้กับหมีแพนด้าหลินฮุ่ยแล้ว ก็ได้มีการตรวจสอบฮอร์โมน พบว่าฮอร์โมนขึ้นเป็นระดับ 50-60% หากจะให้แน่ใจจริงๆ ก็คือประมาณอีก 4 เดือน ซึ่งจะทำอัลตราซาวด์ได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญของจีนที่เดินทางมาสังเกตการณ์ และให้คำแนะนำช่วยเหลือทีมสัตวแพทย์ของสวนสัตว์เชียงใหม่บอกว่า หลังจากผสมพันธุ์เทียมแล้ว หลินฮุ่ยกินอาหารมากขึ้น อารมณ์เริ่มหงุดหงิด ให้เจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพทั้งช่วงช่วงและหลินฮุ่ย โดยที่ช่วงช่วงยังออกกำลังกายน้อย ทำให้ขาหลังไม่มีแรง ทานอาหารน้อย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เจ้าหน้าที่ฝึกให้ลุกนั่งและให้ทำบ่อยครั้ง เวลาให้อาหาร ตนจึงสั่งเจ้าหน้าที่ให้นำอาหารห้อยไว้ห่างๆ ตัว เพื่อให้ช่วงช่วงขยับยืนคว้าอาหารกิน เป็นการออกกำลังกายไปด้วย ส่วนหลินฮุ่ยให้รับประทานอาหารน้อยลง เพื่อน้ำหนักตัวจะได้ไม่มากนัก โดยให้เน้นอาหารที่มีคุณประโยชน์มากขึ้น สำหรับน้ำหนักตัวของช่วงช่วงอยู่ที่ 144 ก.ก. ส่วนหลินฮุ่ยหนัก 110 ก.ก.ผอ.องค์การสวนสัตว์ เปิดเผยว่า หลังจากผสมเทียม ได้ให้หมีแพนด้าแยกกันอยู่ เพราะทั้งสองตัวมักจะเล่นกันแรงๆ อาจทำให้แท้งได้ ช่วงนี้อารมณ์หลินฮุ่ยค่อนข้างขี้โมโห เป็นอาการของการตั้งท้อง มั่นใจว่าการผสมเทียมครั้งนี้เปอร์เซ็นต์การติดลูกมีถึง 90% และอาจจะได้ลูกแฝด เพราะได้ทำการผสมเทียมถึง 2 ครั้ง ซึ่งหากหลินฮุ่ยคลอดลูกออกมาแล้ว ลูกหมีแพนด้าก็จะอยู่ที่ประเทศไทยเป็นเวลา 4 ปี จากนั้นจะต้องส่งให้ประเทศจีน
นายโสภณ กล่าวว่า ส่วนหมีโคอาล่าที่เพิ่งให้กำเนิดลูก สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิดทั้งตัวแม่ชื่อโคโค่ และลูกที่อยู่ในถุงหน้าท้อง เรื่องการกินอาหาร การนอน และพฤติกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นปกติ และดีทุกอย่าง โดยลูกหมีโคอาล่านั้นอีกประมาณ 5 เดือน นับจากนี้จะออกจากถุงมาอยู่ข้างนอก โดยที่ไทยไม่ต้องส่งลูกหมีคืนออสเตรเลีย
(กรอบบ่าย)
หน้า 11
ข้อมูลจาก ข่าวสด
