คอลัมน์ เครื่องเคียงโดย จตุพร พ่วงทอง
จากแนวคิดว่า บุคคลย่อมเสมอภาคกันในทางกฎหมาย เป็นอีกสโลแกนหนึ่ง ที่ กระทรวงยุติธรรม นำเสนอต่อประชาชน เพื่อตอบสนองและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านความยุติธรรมในสังคม
เพราะความยุติธรรมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดความเหลื่อมล้ำ
เช่น เมื่อคนยากจนถูกจับดำเนินคดีถ้าไม่มีเงินก็ต้องติดคุก ทั้งๆ ที่เป็นเพียงคดีเล็กน้อย เพียงเพราะไม่เงินประกันตัว
ดังนั้น กระทรวงยุติธรรม ในยุคที่ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อดีตประธานศาลฎีกา เป็นเจ้ากระทรวง และนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตเลขาธิการประธานศาลฎีกา เป็นปลัดกระทรวง
จึงพยามหาทางอุดช่องโหว่แห่งความเหลื่อมล้ำด้วยการตั้ง กองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือชาวบ้านที่ด้อยโอกาสทางสังคม ให้ได้รับความเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรม
กองทุนยุติธรรมถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทุนสนับสนุนแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเป็นผู้ต้องหาหรือเหยื่อในคดีอาญาหรือคดีอื่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีฐานะทางการเงินหรือฐานะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับความสามารถในการใช้สิทธิหรือปกป้องคุ้มครองสิทธิของตัวเองตามกฎหมาย
ซึ่งแนวทางดำเนินการของกองทุนยุติธรรม ได้วางเกณฑ์การช่วยเหลือทางกฎหมายไว้ 3 ทาง คือ
1.สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายในการวางเงินประกันการปล่อยตัวชั่วคราว 2.สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายจ้างทนายความว่าความในคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีปกครอง และ 3.สนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการชำระค่าธรรมเนียมศาลในคดีแพ่งและคดีปกครอง
ขณะที่การบริหารกองทุนยุติธรรม จะเป็นรูปแบบคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน
โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ มีผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นเลขานุการ มีเจ้าหน้าที่จาก กระทรวงการคลัง ตำรวจ อัยการ ศาล ร่วมเป็นคณะกรรมการ
ซึ่งคณะกรรมการจะกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินกองทุนรวม
รวมทั้งพิจารณาคัดกรองรูปแบบคดีที่เข้าสู่เกณฑ์ของระบบกองทุน
สำหรับเงินงบประมาณของกองทุนยุติธรรมก้อนแรกจะเป็นเงินงบประมาณ ประมาณ 20,000,000 บาท
จากการเปิดให้บริการ 1 ปีที่ผ่านมามีประชาชนแวะเวียนมาใช้บริการกว่า 100 คดี แต่เข้าหลักเกณฑ์เพียง 11 คดีเท่านั้น
สำหรับคุณสมบัติผู้ขอรับการสนับสนุน
1.ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนยุติธรรมต้องเป็นบุคคลธรรมดา
2.มีรายได้ต่ำ
3.ต้องไม่เคยถูกปฏิเสธ การจ่ายเงินจากกองทุน หรืออยู่ระหว่างการได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนหรือเป็นผู้ไม่ปฏิบัติตามสัญญา
สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการ จะดูว่ากองทุนยุติธรรมสามารถช่วยเหลือได้ไม่เกินขีดความสามารถ รวมทั้งดูลักษณะของโอกาสในการแพ้ชนะคดี และคดีจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศหรือไม่
ซึ่ง นายจรัญ ในฐานะประธานคณะกรรมการ บอกถึงแนวทางการช่วยเหลือว่า การนำเงินของรัฐมาจัดตั้งเป็นกองทุนยุติธรรม เงินจะต้องใช้ช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์แต่ยากจน ขาดโอกาสในการต่อสู้คดีเท่านั้น
ในแต่ละคดีเชื่อว่าจะใช้เงินไม่มาก โดยเฉพาะค่าหลักทรัพย์ประกันตัวและค่าธรรมเนียม ศาล
โดยจะได้คืนหลังคดีสิ้นสุด ซึ่งผู้ต้องหาร้อยละ 90 มักจะไม่หลบหนีคดี หากใครมีพฤติกรรมจะหลบหนีคดี จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม
ประชาชนผู้เดือดร้อนสามารถยื่นคำขอรับการสนับสนุนได้ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพหรือในส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นายจรัญกล่าวทิ้งท้าย
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
