เหยื่ออุบัติเหตุสายการบินวันทูโกจำนวน2 ราย เซ็นสัญญาให้สำนักงานทนายสหรัฐอเมริกา ฟ้องบริษัทโบอิ้ง เรียกค่าเสียหายว่า 40 ล้านบาทเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 21 ต.ค. ที่โรงแรมเมอเวนพิค รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต สำนักงานทนายความนิวตัน บี ชวอร์ค เอสอาร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซาธ์เวสต์ฟรีเวย์ ฮุสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยนายเบนตัน มัสเซิลไวท์ ผู้อำนวยการ พร้อมอดีตผู้เสียหายจากคดีเครื่องบินตกใกล้เมืองพาเลมบัง ประเทศอินโดนีเซีย
เปิดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายในเรื่องของสิทธิทางกฎหมายแก่ญาติของผู้เคราะห์ร้ายในกรณีอุบัติเหตุของสายการบินวันทูโก ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งมีผู้ที่ได้รับความสูญเสียและญาติมาร่วมรับฟังจำนวน 10 ราย จากจังหวัดภูเก็ตและพังงา รวมทั้ง พ.ต.ท.กิตติพงศ์ คล้ายแก้ว พ.ต.ท.ภาสกร สนธิกุล สวส.สภ.ต.ทุ่งทอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และนายตำรวจอีกจำนวนหนึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์
และในจำนวนผู้เสียหายดังกล่าว ปรากฏว่า ทางนายเชาว์เลิศ จิตต์จำนงค์ หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกสันหลังแตก และสูญเสียภรรยา และนายไพบูลย์ ผาพันธุ์ หนึ่งในผู้ที่รอดชีวิต หรือฮีโร่ที่ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวออสซี่ ให้หลุดพ้นจากการถูกไฟคลอกออกจากตัวเครื่อง ได้มีการเซ็นสัญญาให้ทางสำนักงานทนายดังกล่าวเป็นผู้ฟ้องร้องบริษัทโบอิ้งด้วย
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ ได้มีการให้คำแนะนำในการฟ้องร้องคดีผ่านศาลในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อต่อสู้กับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและบริษัทที่เกี่ยวข้อง (ชิ้นส่วนของเครื่องบิน) พร้อมทั้งได้มีการให้ญาติผู้เคราะห์ร้ายจากเครื่องบินซิลแอร์ประสบอุบัติเหตุที่ประเทศอินโดนีเวียมาเล่าประสบการณ์ในการต่อสู้จนสามารถชนะคดีให้ฟังด้วย
นายเบนตัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากญาติผู้เสียชีวิตหรือแม้กระทั่งผู้ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกทั่วโลกแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ยและฟ้องร้องบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น โศกนาฏกรรมเครื่องบิน โบอิ้ง 737-300 ของสายการบินซิลค์แอร์ที่บินจากกรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซียไปยังประเทศสิงคโปร์ มีผู้โดยสารทั้งหมดจาก 14 ประเทศ ประกอบด้วย ชาวสิงคโปร์ 46 คน ชาวอินโดนีเซีย 23 คนและชาวอเมริกันอีก 5 คน ประสบอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด
ซึ่งทางสำนักงานทนายความได้รับการแต่งตั้งจากญาติผู้เสียชีวิต 32 รายให้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยและฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยต่อศาลสูงแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และในปี 2547 คณะลูกขุนได้พิจารณาให้บริษัทที่เกี่ยวข้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 43.6 ล้านเหรียญสหรัฐแก่ครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย 3 รายที่ยื่นฟ้อง ส่วนที่เหลืออีก 29 รายได้มีการไกล่เกลี่ยคดีก่อนถึงศาล ซึ่งได้รับเงินชดเชยรวมทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ
กรณีการเกิดอุบัติเหตุของเครื่องบินสายการบินวันทูโก ขณะนี้ได้มีนายเชาว์เลิศ จิตจำนงค์ ซึ่งรอดชีวิตพร้อมลูกชาย แต่สูญเสียภรรยา กับนายไพบูลย์ ผาพันธุ์ ผู้รอดชีวิตอีกราย ได้เซ็นสัญญาแต่งตั้งให้สำนักงานทนายความของตนเองเข้าไปดูแลในการไกล่เกลี่ย ตลอดจนฟ้องร้องบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าวขึ้น
ขั้นตอนต่อจากนี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็จะรวบรวมหลักฐานในการสืบสวนสอบสวน และมาพิจารณาสถานที่หรือเมืองที่จะทำการฟ้องร้อง ซึ่งคาดว่าอาจเป็นรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนระยะเวลาในการไกล่เกลี่ยหรืออาจถึงขั้นฟ้องร้อง ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเร็วหรือช้าเพียงใด แต่ดูจากรูปคดีแล้วไม่น่าจะยุ่งยากเหมือนกับคดีเครื่องบินตกที่ประเทศอื่นๆ คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือน เพราะศาลในประเทศสหรัฐจะมีการเร่งเพื่อดำเนินการให้คดีแล้วเสร็จโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการให้คำแนะนำได้มีญาติของผู้เสียหายสอบถามด้วยว่าจะฟ้องในเมืองไทยได้หรือไม่ ซึ่งนายเบนตัน ตอบว่า สามารถทำการฟ้องร้องในเมืองไทยได้ เพราะปกติแล้วหากเกิดเหตุขึ้นที่ประเทศใดก็จะต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีที่ประเทศนั้น แต่เหตุที่มีการนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาลในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เนื่องจากระบบศาลอเมริกาซึ่งมีการใช้ระบบลูกขุนจะมีการพิจารณาคดีให้เร็วที่สุด และเรื่องของผลประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกความ ส่วนจะมากน้อยเพียงใดก็ตอบไม่ได้เช่นกัน เพราะต้องมีการพิจารณาแต่ละรายไปแต่ก็จะเรียกร้องให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นความสูญเสียทางด้านจิตใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่
ทั้งนี้ นายเบนตัน ยังให้คำแนะนำกับผู้สูญเสียที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่า ในการเลือกแต่งตั้งทนายให้มาเป็นผู้ดำเนินการนั้นก็จะต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ โดยจะต้องศึกษาประวัติ คดีที่เคยมีการดำเนินการ ตลอดจนการไกล่เกลี่ยที่ผ่านมา เพราะคดีนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน
ด้านนายเชาว์เลิศ กล่าวถึงการตัดสินใจเซ็นสัญญาแต่งตั้งทางสำนักงานทนายความนิวตัน บี ชวอร์ค เอสอาร์ ให้เป็นผู้ดำเนินการ ว่า จากที่ได้พูดคุยและตรวจสอบเอกสารประวัติการทำงานและประสบการณ์ในการไกล่เกลี่ยเรียกค่าเสียหาย รวมไปถึงการฟ้องร้องคดีเครื่องบินตกทั่วโลก ก็เกิดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป็นตัวแทนไปดำเนินการไกล่เกลี่ยหรือฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องแทนตนเองได้และเชื่อว่าจะดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย ส่วนค่าเสียหายที่ได้ให้สำนักงานทนายดังกล่าวไปเรียกร้องเพื่อไกล่เกลี่ยนั้น สำหรับ ด.ช.ชวิชญ์ได้ตั้งไว้ที่ 36 ล้านบาท ซึ่งรวมไปถึงการสูญเสียภรรยาด้วย ส่วนตนเองอีกประมาณ 4-5 ล้านบาท