ตำรวจประกาศปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์ฯ ที่สนามบินภูเก็ตเรียบร้อยแล้วหลังส่งมอบ 3 ศพชาวอิหร่านคืนให้ญาติ ผบช.ภ.8 ยอมรับการสอบสวนสาเหตุต้องใช้เวลาเพราะต้องรอหลักฐานจากทุกฝ่าย ชี้การตายแต่ละคนต่างกัน มีทั้งสำลักควัน ขาดอากาศ ไฟคลอกจากกรณีเครื่องบินสายการบินวันทูโก เที่ยวบิน โอจี 269 กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ประสบอุบัติเหตุลื่นไถลขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติ ทำให้เครื่องบินไฟไหม้ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 89 คน บาดเจ็บ 41 คน เมื่อวันที่ 16 กันยายน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนลุล่วงไปด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มผู้ประสบภัยจำนวนหนึ่งที่ยังไม่พอใจกับการชดเชยความเสียหายที่ได้รับ โดยเมื่อวันที่ 27 กันยายน บริษัทกฎหมายริบเบ็ค ลอว์ ชาร์เตอร์ โดยนายมานูเอล วอน ริบเบ็ค นักกฎหมายประจำบริษัทที่มีสำนักงานในเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา จะเปิดแถลงข่าวในนามของญาติผู้เสียหายและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวในวันที่ 28 กันยายน ที่โรงแรมโฟร์ ซีซั่น ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ
"บริษัทจะจัดแถลงข่าวในนามของญาติผู้เสียหายและเสียชีวิตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อฟ้องร้องบริษัท โบอิ้ง สหรัฐอเมริกา โดยมี ดร.แมกซ์ แวร์มิตช์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสืบสวนอุบัติเหตุ รวมถึงผู้ประสบภัยมาร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย" รายงานระบุ
ส่วนที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 กันยายน ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานท่าอากาศยานภูเก็ต พล.ต.ท.ธานี ทวิชศรี ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ จ้อยจำรูญ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ ได้ร่วมแถลงข่าวปิดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 8 ส่วนหน้า ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จากกรณีเครื่องบินของสายการบินวันทูโก
พล.ต.ท.ธานี กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการในภาคสนามในส่วนความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสร็จสิ้นแล้วและสามารถส่งมอบศพของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นชาวไทย 36 ราย และต่างชาติ 53 ราย โดยได้มีการส่งมอบ 3 ศพสุดท้าย ซึ่งเป็นชาวอิหร่านทั้งหมดให้กับญาติเมื่อวานนี้ (26 ก.ย.) โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของท่าอากาศยานภูเก็ต คณะแพทย์ทั้งในจังหวัดและใกล้เคียง สถาบันนิติเวชวิทยาศาสตร์ และหน่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ผบช.ภ.8 กล่าวอีกว่า มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนของการสืบพยานที่รอดชีวิต โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่รอหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่จะมีการนำมาประกอบสำนวน ซึ่งก็ได้มีการทำหนังสือขอไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งข้อมูลการโต้ตอบของนักบิน ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลหอบังคับการบิน รวมทั้งข้อมูลจากกล่องดำ ซึ่งต้องรอการถอดข้อมูล จึงยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด
"ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่จนสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว จนได้รับคำชื่นชมจากทางกระทรวงต่างประเทศของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือว่ามีความพร้อมสูงสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี เพราะครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของเหตุการณ์ใหญ่ๆ และจะได้มีการรวบรวมขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับเป็นตัวอย่างให้กับสถานีตำรวจภูธรในจังหวัดอื่นๆ ต่อไปด้วย รวมถึงการจัดอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย" ผบช.ภ.8 กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.เดชา กล่าวเสริมว่า ในส่วนของการทำสำนวนนั้น ได้มีการสั่งการจากตำรวจภูธรภาค 8 ให้ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตตั้งทีมสืบสวนร่วมกับสถานีตำรวจภูธรตำบลท่าฉัตรไชย ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งในอีก 1-2 วันก็จะได้มีการจัดส่งพนักงานสืบสวนไปสอบปากคำพยานเกี่ยวกับข้อมูลเทคนิคด้านการบินเพิ่มเติมที่กรุงเทพฯ
ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของสาเหตุของผู้เสียชีวิตนั้น จากการตรวจพิสูจน์จะแตกต่างกันไป มีทั้งจากการกระแทก การสำลักควัน ขาดอากาศหายใจ และไฟคลอก ซึ่งได้สรุปแต่ละรายๆ ไปแล้ว และในการทำงานนั้นนอกจากในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการตรวจพิสูจน์แล้ว ยังมีในส่วนของแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต และพังงา ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าฯ ที่อาคารอเนกประสงค์ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ล่าสุด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มีการเก็บอุปกรณ์ต่างๆ กลับสำนักงานหมดแล้ว ส่วนของตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งใช้เก็บศพของผู้เสียชีวิต ก็จะนำส่งกลับสุสานบางมะรวน จ.พังงา เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 27 กันยายน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
