เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานมหกรรมนักอ่าน จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และภาคเอกชน ว่า คุณลักษณะนักอ่านเป็นตัวบ่งบอกถึงศักยภาพคนไทยและเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีการปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งการสร้างนิสัยรักการอ่านนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีควรค่าแก่การยกย่องสูงสุด พระองค์ทรงมีพระจริยาวัตรและพระอุปนิสัยเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยในการเป็นพหูสูต คือ พระองค์ทรงเป็นนักอ่าน นักฟัง นักคิดและนักเขียนที่ยากจะหาผู้ใดในการเป็นพหูสูต คือทรงเป็นนักอ่าน นักฟัง นักคิด นักเขียนยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือนและพระองค์ทรงใช้ประโยชน์จากการที่ทรงอ่านมาก ฟังมาก มาประกอบพระราชวินิจฉัยพัฒนางานตามพระราชภารกิจของพระองค์นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัด ศธ. กล่าวว่า จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในปี 2550 คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้นร้อยละ 7.9 จากเดิมที่คนไทยอ่านหนังสือโดยเฉลี่ยประมาณ 7 บรรทัดต่อคนต่อปี ซึ่งก็เป็นผลมาจากความพยายามจัดกิจกรรมกระตุ้นให้เด็กและประชาชนทั่วไปรักการอ่าน และเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือมากขึ้น โดยผลสำรวจดังกล่าวพบด้วยว่า กลุ่มที่อ่านหนังสือมากสุดคือ เด็กนักเรียน ทั้งในระดับขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา สำหรับประเภทของหนังสือที่อ่านมีทั้งหนังสือเรียน ตำราวิชาการ บทความ และหนังสืออ่านเพื่อความเพลิดเพลิน ในส่วนของเด็กเล็กหรือระดับขั้นพื้นฐาน อาจนิยมอ่านหนังสือการ์ตูน นิตยสาร วารสารรายเดือน และรายสัปดาห์ มากกว่า ซึ่ง ศธ.ก็จะได้พยายามกระตุ้นให้เด็กอ่านหนังสือทุกรูปแบบ และส่งเสริมให้เด็กหันมาอ่านบทเรียนวิชาการมากขึ้น เพื่อสร้างเสริมความรู้ตามหลักสูตร
ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกของ ศธ. อย่างไรก็ตามภายในปี 2550 นี้ ศธ.จะพยายามรณรงค์ให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น โดยตั้งเป้าว่าจะต้องอ่านอย่างน้อย 12 บรรทัดต่อคนต่อปี ซึ่งต้องเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 40-50 โดยจะให้ กศน. เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดห้องสมุดอำเภอ เพื่อขยายผลให้ชุมชนสนใจอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น นางจรวยพร กล่าว
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
