พิษพายุ- สภาพร้านค้าในจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มได้รับความเสียหายพร้อมกับบ้านเรือนอีกกว่า 300 หลัง ขณะที่ จ.มหาสารคาม มีบ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง เมื่อวันที่ 4 เม.ย.เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.มหาสารคามว่า เกิดฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านวังจาน หมู่ 2 และหมู่ 6 ต.ดอนกลาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ทำให้บ้านเรือนเสียหายเกือบ 200 หลังคาเรือน ศาลาการเปรียญพังทั้งหลัง เสาไฟฟ้าในหมู่บ้านได้รับความเสียหาย ไฟฟ้าดับนานกว่า 20 ชั่วโมง ความเสียหายเบื้องต้นกว่า 2 ล้านบาท
นายวิบูลย์ ดรอินทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนกลาง อ.โกสุมพิสัย กล่าวว่า ขณะนี้อบต.ดอนกลางลงสำรวจพื้นที่ทั้ง 2 หมู่บ้านแล้ว และส่งรายงานความเสียหายไปที่อ.โกสุมพิสัยและจังหวัด เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวถูกพายุฤดูร้อนถึง 3 ครั้งใน 1 เดือน แต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ
ส่วนที่จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจ.ร้อยเอ็ดมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดอุณหภูมิเฉลี่ย 39-41 องศาเซลเซียสอยู่แล้ว มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกระจายไปทั้งจังหวัด 17 อำเภอ 3 กิ่งอำเภอ กับมีลมกระโชกแรง ในช่วงเย็นและคืนที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนถูกลมพัดหอบหลังคากระเบื้องและสังกะสีปลิวไปตามลม ต้นไม้หักระเนระนาด เสาไฟหักและโค่นล้มเป็นจำนวนมาก เกิดไฟดับทั้งหมู่บ้าน 5 อำเภอ หนักสุดที่อ.จังหาร ถูกพายุถล่มหนักถึง 5 ตำบล 24 หมู่บ้าน บ้านพังเสียหาย 216 หลัง วัด 1 แห่ง รองลงมาได้แก่ อ.ธวัชบุรี บ้านพัง 55 หลัง อ.เสลภูมิ บ้านพัง 52 หลัง อ.สุวรรณภูมิ บ้านพัง 22 หลัง และอ.เมืองร้อยเอ็ด บ้านพัง 5 หลัง และมีวัวถูกฟ้าผ่าตายกลางทุ่งนา 1 ตัว รวมความเสียหายทั้งสิ้น บ้านพัง 350 หลัง วัด 1 แห่ง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่งต้องไปอาศัยนอนที่วัดและบ้านญาติ ข้าวของเปียกปอนและเสียหายเป็นจำนวนมาก
ซึ่งนายพินิจ พิชยกัลป์ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ได้สั่งการให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ นายกอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งสำรวจความเสียหาย และจัดส่งวัสดุอุปกรณ์การสร้างบ้านไปให้ความช่วยเหลือถึงหมู่บ้านในเบื้องต้นแล้ว อาทิ ไม้แปรรูป กระเบื้อง และสังกะสีมุงหลังคา และตะปู ตามเกณฑ์ช่วยเหลือของทางราชการที่กำหนดให้ช่วยเหลือเท่าที่เสียหายจริง แต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้านที่จังหวัดช่วยได้อย่างรวดเร็วและทันใจ
วันเดียวกัน เวลา 16.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ลพบุรีว่า มีพายุลูกเห็บตกหนักที่ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี มีต้นไม้ และเสาไฟฟ้า หักลงมากีดขวางถนนสายลพบุรี-โคกตูม บ้านเรือนชาวบ้าน โรงงานพังลงมาทั้งหลัง คนงานหนีออกมาได้เพียง 10 นาที รอดตายหวุดหวิด เหตุการณ์ครั้งนี้ประเมินค่าเสียหายหลายสิบล้านบาท ความเสียหาย 10 หมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลโคกตูม ได้รับความเสียหายทั้งบ้านพัง ต้นไม้ พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์พายุลูกเห็บถล่มในครั้งนี้ประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับความเสียหายมากกว่าร่วม 100 ล้าน ได้แก่ โรงงานบุญสืบการเกษตร หมู่ 5 ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี พังลงมาทั้งหลัง สังกะสีปลิวห่างจากโรงงานเป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร เกลื่อนถนน
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 12 (96/2550) ระบุว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศร้อน ซึ่งจะทำให้เกิดพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณจ.น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ขอให้ประชาชนในบริเวณที่กล่าวมา เตรียมป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อนโดยดูแลบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างให้มั่นคงแข็งแรงรวมทั้งหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนในบริเวณที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่ควรใส่เครื่องประดับที่เป็นโลหะนำไฟฟ้าเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้งและควรปิดวิทยุโทรทัศน์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือเพื่อป้องกันการเกิดฟ้าผ่าและไฟฟ้าลัดวงจร สำหรับในช่วงวันที่ 4-6 เม.ย. ภาคใต้จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
(กรอบบ่าย)
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
