"ทนายชิน"ยันขายหุ้นแอมเพิลริช ในต่างประเทศ-โอนในตลาดหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี ย้ำโอ๊ค-เอมพร้อมสู้ถึงศาลฎีกานายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายครอบครัวชินวัตร กล่าวถึงคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ( คตส.)ตรวจสอบการซื้อขายหุ้นแอมเพิลริชของนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตรว่า เดิมหุ้นของแอมเพิลริช เป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เตรียมจะนำไปเข้าในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถ้าโอนไปให้บุตรชายและบุตรสาวทั้งสองเลยโดยไม่มีการโอนไปยังแอมเพิลริช ก็ไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากตามกฎหมายบิดาโอนให้บุตรไม่ต้องเสียภาษี แต่กระบวนการโอนกลับมาเพื่อมาขายให้กองทุนเทมาเสก เป็นกระบวนการทางเทคนิคซึ่งไม่ต้องเสียภาษีตั้งแต่ต้นและเป็นซื้อขายในต่างประเทศ ระหว่างที่นายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทา ขายให้เทมาเสกก็ขายในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีกฎหมายชัดเจนว่าไม่มีภาระภาษี
ถ้าเราคิดว่าหุ้นนี้เป็นหุ้นของพ่อเขาตั้งแต่ต้น แต่บังเอิญเขาเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ที่เนสแดตจึงโอนให้แอมเพิลริชแต่ถ้าไม่โอนหุ้นนั้นให้แอมเพิมริช ก็โอนให้โอ้ค เอมเพื่อขายก็ไม่เสียภาษีอยู่แล้ว เจตนารมณ์ของกฎหายชัดเจน วิธีการดังกล่าว ไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่เป็นการวางแผนภาษี ซึ่งทำกันเป็นเรื่องปกติในภาคธุรกิจซึ่งการวางแผนภาษีกับการโกงภาษี คนละเรื่องกัน สมมุติว่าแอมเพิลริช ขายหุ้นในต่างประเทศโดยตรง ให้กับกองทุนเทมาเสกก็ไม่เสียภาษีอยู่แล้วเพราะอยู่ในต่างประเทศ เรื่องนี้เมื่อ คตส.เห็นว่าเป็นประเด็นต้องคำนึงภาษี โอ้คกับเอมก็ต้องไปต่อสู้ในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เมื่อการเมืองเปลี่ยนบอกให้ต้องเสียภาษี ก็ต้องมาตรวจสอบกันใหม่ เมื่อเห็นแตกต่างกัน ก็ต้องต่อสู้ไปถึงศาลฎีกาที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายครอบครัวชินวัตร กล่าว
ส่วนกรณีที่ คตส.ระบุจะดำเนินการดังกล่าวในคดีอาญาด้วยนั้นนายนพดล กล่าวว่า ตนก็ทราบมาเช่นกัน แต่ไม่แน่ใจว่า คตส.จะดำเนินการเช่นนั้นจริงหรือไม่ คนที่ทำตามแนววินิจฉัยของหน่วยงานเรื่องการเสียภาษี เชื่อโดยสุจริตใจว่าไม่ต้องเสียภาษีและให้ความร่วมมือในการให้การ จะมาบกว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี เชื่อว่าประชาชนเข้าใจว่าพยายามจะโยงให้ถึงตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าเข้าถึงตัวอดีตนายกฯโดยตรงไม่ได้ ก็เข้าถึงภรรยากรณีโอนหุ้นให้นายบรรพต ดามาพงศ์ พี่บุตรธรรมและกรณีการซื้อที่ดินย่านรัชดา ตนยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมของศาลซึ่งตนเห็นว่า คตส.ทำหน้าที่เหมือนกับแค้นต้องสะสางที่สื่อได้ลงไปเพราะลองคิดดูคนที่เป็นปฎิปักษ์กับอดีตนายกฯหลายคนเข้ามาทำหน้าที่ ข้อสรุปคงไม่หนีไปไหน ซึ่งเป็นความยุติธรรมที่ครอบครัวชินวัตรไม่ได้รับก็หวังความยุติธรรมในชั้นศาลเท่านั้น
ต่อข้อถามว่าคตส.ได้แย้งว่าการทำหนังสือสอบถามเรื่องภาษีไม่ได้ทำในนามของนายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทาจึงไม่สามารถนำมาอ้างเป็นเอกสารอ้างอิงได้นั้น ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายฯกล่าวว่า คตส.หลายคนนิยมให้สัมภาษณ์ จึงไม่รู้ว่าอะไรคือความเห็นที่แท้จริงของ คตส.จึงไม่สามารถตอบได้ชัดเจน แต่อยากบอกว่า คตส.อยากเก็บภาษีเพื่อจะได้มีผลงาน จึงต้องพยายามพูดทุกอย่าง โดยหลักกฎหมายค่อนข้างชัดเจนว่าการขายหุ้นในต่างประเทศและการขายในตลาดหลักทรัพย์ ไม่มีภาระภาษี อย่างไรก็ตามตามภาษากฎหมาย ตนเห็นว่า คตส.เป็นเหมือน บุตรหรือผู้สืบสันดานของ คมช.ซึ่งพยายามทำตามคำสั่งของ คมช.จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่ คตส.สรุปออกมาเช่นนี้ ยังโชคดีที่ประกาศ คปค.ไม่ให้ คตส.เป็นทั้งตำรวจ อัยการและศาล เพราะยังเปิดโอกาสให้ต่อสู้ในศาลได้