กรมที่ดินขอความเป็นธรรม ยืนยันการดำเนินการที่ดินวัดสวนแก้วตามคำสั่งศาล แนะทุกฝ่ายควรพูดคุยกันเพื่อหาทางออก ชี้ใครนำเงินมูลนิธิไปควรเอามาคืน พร้อมเป็นคนกลางเจรจามูลนิธิสวนแก้ว ขออุทธรณ์เพื่อประกันสิทธิเงินชาวบ้านที่ร่วมทำบุญภายหลังศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดว่า การครอบครองที่ดินเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ที่มูลนิธิสวนแก้วซื้อมาจาก นางวันทนา สุขสำเริง ผู้ครอบครองปรปักษ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ลั่นวาจาว่า จะไม่จำวัดที่วัดสวนแก้ว และงดรับกิจนิมนต์จากหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกรมที่ดิน เป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากเห็นว่า หน่วยงานดังกล่าวเป็นต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายประทีป เจริญพร รองอธิบดีกรมที่ดิน แถลงถึงกรณีปัญหาที่ดินที่มูลนิธิสวนแก้วซื้อจากนางวันทนา ที่ครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์ และภายหลังศาลพิพากษาให้เป็นการถือครองปรปักษ์โดยมิชอบ และให้คืนการถือครองสิทธิแก่ทายาทของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ เจ้าของที่ดินเดิม ต้องเข้าใจว่า โฉนดที่ดินทั้งสองฉบับ เดิมเป็นของนางทองอยู่ ต่อมานางวันทนาอ้างว่าได้ถือครองที่ดินโดยเปิดเผย จึงไปร้องต่อศาล ซึ่งศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2546 ให้นางวันทนามีสิทธิถือครองที่ดินโดยปรปักษ์ และนางวันทนานำมายื่นต่อสำนักงานที่ดินนนทบุรี สาขาบางใหญ่ เพื่อขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซึ่งสำนักงานที่ดินได้ออกใบแทนและจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ โฉนดทั้งสองจึงอยู่ในความครอบครองของนางวันทนา
นายประทีป กล่าวว่า ต่อมาได้มีการขอแบ่งแยกโฉนดและนำมาขายให้มูลนิธิวัดสวนแก้วส่วนหนึ่ง และต่อมาทายาทของนางทองอยู่ร้องต่อศาลว่า การครอบครองปรปักษ์ของนางวันทนาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีการตกลงกันในศาลให้คืนการถือครองให้แก่ทายาทของนางทองอยู่ โดยนางวันทนาไม่ได้ขอโต้แย้งสิทธิ แต่ไม่ได้แจ้งให้ศาลทราบถึงที่ดินที่แบ่งขายให้มูลนิธิวัดสวนแก้วและที่สาธารณประโยชน์ เมื่อสำนักงานที่ดินเห็นคำสั่งศาลให้เพิกถอนการครอบครองปรปักษ์ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้โอนที่ดินที่เป็นชื่อของนางวันทนากลับมาเป็นของนางทองอยู่ แต่ส่วนที่เป็นชื่อของมูลนิธิสวนแก้วก็ให้เป็นไปตามนั้น แต่ก็ไม่ได้สงวนสิทธิ์การฟ้องร้อง
นายประทีป กล่าวว่า ในที่สุดทายาทของนางทองอยู่ก็ฟ้องร้องเพิกถอนสิทธิการจดทะเบียนอีกครั้ง จนศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ให้เพิกถอนที่ดินทั้งหมด และโอนสิทธิให้เป็นของทายาทนางทองอยู่ กรมที่ดินจึงดำเนินการตามคำสั่งศาล ซึ่งทั้งหมดนี้กรมที่ดินดำเนินการตามที่มีกฎหมายรองรับ และดำเนินการตามคำสั่งศาล ส่วนเรื่องของเงิน 1 ล้านบาท ที่กล่าวอ้างว่าได้มอบให้กรมที่ดินนั้น เป็นค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม จึงขอความเป็นธรรมให้กรมที่ดินว่า เราทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีใครทุจริต หรือเจตนาทุจริตแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกรมที่ดินมีแนวทางให้การช่วยเหลือวัดสวนแก้วที่เป็นผู้เสียผลประโยชน์อย่างไร นายประทีป กล่าวว่า ทางอธิบดีกรมที่ดินได้เดินทางไปกราบนมัสการพระพยอม และมอบหมายให้สำนักงานที่ดินจังหวัดประสานงานกับอัยการให้มาดูแลด้านกฎหมาย ส่วนเรื่องการช่วยเหลืออื่นนั้น ตนเห็นว่า ถ้าทุกฝ่ายเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ไปกล่าวว่าคนนั้นคนนี้ผิด พูดกันด้วยเหตุผล เพราะเชื่อว่าทายาทของนางทองอยู่ก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย และไม่มีการพูดจาในทำนองว่ามีความผิด ก็เชื่อว่าจะมีการเจรจาตกลงราคาที่เหมาะสมได้ หรือจะมีการผ่อนชำระก็ได้ และขอให้ผู้มีจิตศรัทธามาร่วมให้ความช่วยเหลือ แต่จะให้กรมที่ดินไปหาเงินแล้วมาซื้อที่ดินให้นั้นคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องดูว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะนางวันทนาไปครอบครองปรปักษ์ชอบหรือไม่ ซึ่งคนที่รับเงินไปก็ควรจะต้องคืนเงินแก่มูลนิธิไป เราเองก็พยายามประสานงานทุกฝ่ายให้เกิดความลงตัว กรมที่ดินก็พร้อมที่จะร่วมเป็นตัวกลางในการเจรจา
เมื่อถามว่า เมื่อต้องเพิกถอนการถือครองโฉนดที่ดินดังกล่าวไปแล้ว กรมที่ดินจะคืนเงินค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม จำนวนกว่า 1 ล้านบาทได้หรือไม่ นายประทีป กล่าวว่า ตามแนวทางปฏิบัติและจากคำพิพากษาศาลฎีกานั้น การจดทะเบียนเมื่อเสร็จสิ้นจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วก็จบ คงไม่สามารถคืนได้
เมื่อถามว่า จะมีการป้องกันบุคคลที่ถือครองที่ดินโดยปรปักษ์นำไปขายต่อแล้วเกิดการฟ้องร้องในลักษณะนี้ได้อย่างไร นายประทีป กล่าวว่า จริงๆ แล้วต้องดูเจตนารมณ์ของการขอครอบครองปรปักษ์ว่าต้องการอะไร การออกโฉนดเพื่อให้ครอบครองและใช้ประโยชน์ ซึ่งก็ต้องรู้ขอบเขต ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องคิด โดยในส่วนของกรมที่ดินก็มีกฎหมายที่ดินมาตรา 6 ในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ของที่ดิน แต่กลไกนี้ก็ยังไม่รัดกุม และในส่วนการครอบครองปรปักษ์ก็เป็นเรื่องของกฎหมายแพ่ง ซึ่งคงต้องมีการแก้ไข ความจริงแล้วควรจะมีการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ของที่ดิน และใช้กลไกทางภาษีเข้ามาควบคุมเพื่อให้ที่ดินในประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์สูงสุด
เมื่อถามว่า กรมที่ดินควรจะตรวจสอบความถูกต้องของการถือครองโฉนดก่อนที่จะออกใบแทนถือครองให้แก่ผู้ร้องขอครอบครองโดยปรปักษ์หรือไม่ นายประทีป กล่าวว่า เราต้องทำตามตัวหนังสือ ถ้าไปแจ้งนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้แล้วมีผลกระทบกับบุคคลอื่น ก็อาจจะถูกฟ้องได้ การตรวจสอบก็ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ ความจริงกฎหมายก็ไม่ได้บกพร่อง แต่เจตนาของคนไม่บริสุทธิ์ ไม่นำความจริงมาพูดกันทั้งหมด จึงเกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้น
นายประทีป ยังแนะนำด้วยว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นตัวอย่าง ดังนั้น ผู้ที่มีที่ดินควรมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยระยะเวลาไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นซ้ำกับกรณีวัดสวนแก้ว
นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้วัดสวนแก้วได้อุทธรณ์คดีแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กรมที่ดินน่าจะตรวจสอบสิทธิก่อนที่จะออกใบแทนโฉนดที่ดินนั้น เป็นเรื่องของศาลที่กรมที่ดินต้องทำตาม เพราะกรมที่ดินไม่อยากติดคุก ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากเจ้าตัวมาขายที่ดินให้วัด และภายหลังก็เข้ากับอีกฝ่ายหนึ่ง จึงกลายเป็นปัญหา และนางวันทนาก็ควรคืนเงินให้วัดสวนแก้ว
นางดวงใจ ธิตยารักษ์ เลขานุการมูลนิธิสวนแก้ว กล่าวว่า คงไม่ปล่อยให้พระพยอมไปพำนักที่ศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว จ.บุรีรัมย์ เป็นการถาวร เพราะวัดสวนแก้วเป็นที่รวบรวมชาวบ้านที่เดือดร้อนกว่า 600 คน แต่ท่านคงต้องไปดูแลสาขาที่ท่านปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การน้อยใจ แต่ไม่อยากให้อะไรมากระทบจิตใจ ส่วนเรื่องของที่ดินนั้นกรรมการมูลนิธิฯ จะขออุทธรณ์เพื่อเป็นการประกันสิทธิเงินชาวบ้านที่ร่วมทำบุญ และขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิฯ ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเคยเจรจากับทางกรมที่ดิน แต่ก็ต้องไปปรึกษากับทายาทของเจ้าของที่ดินด้วย ทราบว่าเขาขอเงินอีก 15 ล้านบาท ซึ่งพระพยอมบอกว่า ให้ไม่ได้ เพราะเป็นเงินของชาวบ้าน และก็ไม่มีให้ ระยะหลังก็มีการต่อรองกันจนเหลือ 3 ล้าน ซึ่งเขาก็ยังเงียบอยู่
"ก่อนการซื้อขายที่ดิน เราก็ได้ตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินบางใหญ่แล้ว ผลการตรวจสอบก็ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีเจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนให้ และเราก็เห็นชื่อเจ้าของที่ดินเป็นคุณวันทนา ต่อมาศาลมีคำสั่งให้การครอบครองที่ดินเป็นปรปักษ์ และกลับไปอยู่ที่คุณทองอยู่ เราไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าข้อพิพาดเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ขั้นตอน องค์ประกอบการผลิตสินค้า ต้องประกอบด้วย ศาล สำนักงานที่ดิน ในฐานะผู้ผลิต คุณวันทนา ในฐานะผู้ขาย และผู้ซื้อ คือ วัดสวนแก้ว แล้วชาวบ้านคิดว่าใครเป็นผู้เสียหายจากการซื้อขายครั้งนี้ ทุกฝ่ายก็อ้างว่าทำตามคำสั่งศาล เรื่องนี้ไม่อยากโทษว่าใครผิด หรือถูก อยากให้มาเยียวยาร่วมกัน และอยากชี้แจงว่า พระพยอมไม่ได้ยึดติดในที่ดิน แต่เมื่อท่านมองที่ดินดังกล่าว ท่านก็จะโทษว่าตัวเองผิด" นางดวงใจ กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
