พบปะสื่อ- พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช.และผบ.ทบ. พบปะกับบรรณาธิการและคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ เพื่อชี้แจงเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่หอประชุมกองทัพบกเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 พ.ค.ที่หอประชุมกองทัพบก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เชิญคอลัมนิสต์ด้านความมั่นคงและบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ 44 คน เข้าร่วมรับฟังปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ปัญหาความมั่นคงทุกคนต้องช่วยกันแก้ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งและส่วนที่สำคัญสูงสุดก็คือสื่อ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการไขประตูเปิดความรู้ไปสู่คนทั้งประเทศ ขอยืนยันว่าให้ความสำคัญ ที่เชิญสื่อมาเพื่อต้องการเรียนข้อเท็จจริงที่กองทัพบกกำลังทำอยู่ในหลายประเด็น ตนเคยพูดเสมอว่าการเข้าไปทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เหมือนปิดตาคลำช้าง คิดว่าทุกคนไปคลำมาคนละอย่างสองอย่าง วันนี้เราจะมาต่อจิ๊กซอว์ช้างตัวนั้นให้เต็มจะได้ร่วมกันแก้ปัญหาว่าอยู่ตรงไหน
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายข้ามชาติเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกิดจากการจับกลุ่มของขบวนการความขัดแย้งทั่วโลก อาจมีการพึ่งพิงเข้ามาในบ้านเราคล้ายๆ กับเจไอ สงครามในอนาคตจะทวีความรุนแรงขึ้นเพราะเป็นสงครามที่เกิดจากอุดมการณ์ความเชื่อ ชีวิตเขายอมตายได้ เวลานี้กองทัพบกได้ใช้กำลังเข้าไปในการป้องกันรอบประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด 8 กองกำลังเพื่อดูแลความยาวของชายแดน 5,600 กว่ากิโลเมตร เพื่อสกัดกั้นสิ่งเหล่านี้ และได้นำ 3 เกาะ คือ เกาะพื้นที่ เกาะประชาชน เกาะสถานการณ์ที่ใช้ใน 3 จังหวัดภาคใต้มาใช้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์ในภาคใต้ ถึงแม้ว่าผมจะมีเชื้อสายมาจากภาคกลางตอนบนก็จริงอยู่ แต่ก็มีความสัมพันธ์ทางใต้อยู่ เพราะฉะนั้น ประวัติศาสตร์ถ้าเผื่อบางคนบอกว่าต้องมาชำระประวัติศาสตร์ ผมเสนอแนวความคิดตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วว่า อย่าได้ไปชำระประวัติศาสตร์ ให้ประวัติศาสตร์เป็นอดีต แล้วเรามาทำในปัจจุบัน ถ้าเรานำประวัติศาสตร์ภาคใต้มาเราจะแก้ปัญหาไม่ได้ ผมยืนยันว่าแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราต้องทำปัจจุบันเพื่อจะที่จะไปสู่อนาคต พล.อ.สนธิกล่าว
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ในอดีตมีกลุ่มโจรก่อการร้ายที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนมีพูโล บีอาร์เอ็น เบอร์ซาตู เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นอย่างนั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป การบริหารประเทศกับการเข้าไปดูแล 3 จังหวัด เราให้ความสำคัญน้อย ทำให้คนใน 3 จังหวัดเหมือนเขาถูกทอดทิ้งซึ่งระบบการปกครองเราเอาคนไม่ดีเข้าไป โดยเฉพาะเรื่องระบบการศึกษาที่เราไม่ส่งเสริมในพื้นที่ ทำให้คนในพื้นที่พูดภาษาไทยไม่ได้
พล.อ.สนธิกล่าวว่า กลุ่มพูโล จีเอ็มไอพี เราไม่ต้องไปพูดถึงเพราะกลุ่มพวกนั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว แต่ว่าสัญลักษณ์ยังคงอยู่โดยมีเบอร์ซาตู ที่เราพูดกันว่ามีดร.วัน กาเดย์ เป็นประธานนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ แต่ที่แน่ๆ มีแน่คือบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนท ขณะนี้เขากระจายโครงสร้างออกมาคือมีองค์กรนำ มีกองกำลังและมีแนวร่วม องค์กรตัวนี้เรายังหาไม่เจอแต่ในส่วนของแนวร่วมเขาได้วางไว้ในหมู่บ้านต่างๆ และมีกองกำลังเหมือนกับสมัยที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กองกำลังก็คืออาร์เคเค หรือคอมมานโด ที่กระจายกันอยู่ 2-3 หมู่บ้านหรือตำบล ก็จะมีอาร์เคเคอยู่หน่วยหนึ่ง
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ขณะนี้เราพยายามอย่างยิ่งที่จะเข้าไปหาองค์กร เพราะการแก้ปัญหาในภาคใต้ยืนยันว่าถ้าไม่เข้าไปคุยกันหัวองค์กรแก้ไม่ได้ เพราะภารกิจของอาร์เคเคและแนวร่วมนั้นเป็นอิสระ เป้าหมายที่เขาต้องการคือการแบ่งแยกดินแดนที่จะปกครองตนเอง ขอยืนยันตรงนี้แน่นอน ถ้าถามว่าเขาจะใช้กองกำลังที่มีอยู่มาต่อสู้กับกำลังของกองทัพที่มีอยู่ในตอนนี้ได้ไหม วิธีการของเขาคือจะทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรง
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ตนจึงแบ่งงานเป็น 2 ส่วน คือ งานด้านการเมืองและการทหาร ด้านการเมืองจะใช้ความสมานฉันท์ ผมยืนยันได้ว่า 1.7 ล้านคนที่เป็นมุสลิม 99 เปอร์เซ็นต์หรืออาจจะมากกว่านั้นเป็นคนไม่รู้เรื่องและเป็นฝ่ายเรา ผมยืนยันตัวเลขตรงนี้และได้พยายามตรวจสอบเสมอว่าคิดอย่างไร 99 เปอร์เซ็นต์เป็นหน้าที่ของศอ.บต.ที่จะต้องทำคือสร้างความเป็นธรรมสู่สังคม ส่วนงานด้านทหาร หรือพตท. มีหน้าที่ที่จะต้องไปทำกับ 1 เปอร์เซ็นต์เศษๆ ตรงนั้นโดยใช้มาตรการทางทหารไม่ถือว่าเป็นการสมานฉันท์ วิธีการแก้ที่ผมต้องทำก็คือ การลงพื้นที่ใหม่คือใช้หลักการเกาะติด ขณะนี้คนใน 1 เปอร์เซ็นต์เรามีรายชื่อหมดแล้วได้มาจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือจากคนที่มามอบตัวและจับได้
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
