(1ก.ย.) เช้าวันนี้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรักษาการ ผบช.น.พร้อมเรียกประชุมนายตำรวจระดับรองผบช.น.และผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของผู้ชุมนุมพล.ต.อ.จงรัก เปิดเผยว่า หลังได้รับมอบให้มาดูสถานการณ์และควบคุมการสั่งการดูแลความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นขอยืนยันว่าจะยึดหลักตามนโยบายของนายสมัคร สุนทรเวช. นายกฯ ที่ประสงค์จะไม่ให้เกิดความรุนแรง และจากนี้ไปจะไม่ให้ตำรวจถือกระบองหรืออาวุธอื่น ๆ จะมีเพียงโล่ห์กำบังอันเดียวเท่านั้น และมีการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้นุ่มนวลมากขึ้น โดยไม่ใช้ความรุนแรงคงไม่หน้ามีปัญหาอะไร และเชื่อว่าจะสามารถดูแลสถานการณ์ได้
นอกจากนี้ตนได้มอบหมายให้พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผบช.น. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
ที่ผ่านมาผมก็เติบโตมาจากบช.น.การกลับเข้ามาดูแลพื้นที่ตรงนี้คงไม่ต้องเเตรียมตัวอะไร เพระเคยอยู่มาก่อน วันนี้ถือปากกามาด้ามเดียว เซ็นคำสั่งการได้เลยรองผบ.ตร.กล่าว
ส่วนกรณีผู้ชุมนุมจะตัดน้ำ ตัดไฟ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานตำรวจหรือไม่นั้น พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานทราบจากทางสื่อฯเท่านั้น แต่อยากขอร้องว่าอย่าได้ทำเลย เพราะจะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ตำรวจคงไม่กระทบเท่าไหร่ เพราะมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว แต่จะมีผลกระทบต่อรพ.ตำรวจบ้าง เพราะมีผู่ป่วยเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่นั่น
รองผบ.ตร.ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ป้อมตำรวจเชิงสะพานประชาเกษม ริมคลองผดุงกรุงเกษมโดย เชื่อว่าเป็นการกระทำของมือที่สาม แต่ไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิต ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความว่นวายในบ้านเมืองเท่านั้นและไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มไหน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยได้มอบให้ผกก.สน.นางเล้ง ดำเนินการในส่วนนี้แล้ว
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า อยากขอร้องผู้กระทำการดังกล่าวขณะนี้บ้านเมืองบอบช้ำมากพอแล้วอย่ามาซ้ำเติมด้วยการสร้างสถานการณ์แบบนี้อีกเลย ควรหาทางแก้ปัญหาจะดีกว่าตามวิถีทางของรัฐบาธรรมนูญ การทำให้เกิดระเบิดลักษณะแบบนี้มีขึ้นหลายครั้งแล้ว เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เกิดผลดีต่อบ้านเมืองมีแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ขอร้องอย่าเข้ามาแทรกแซงทำให้เหตุการณ์เลวร้ายไปกว่านี้
ด้านพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจการจราจรที่ ถ.พิษณุโลก หน้า รร.ราชวินิตมัธยม โดยให้สัมภาษณ์ว่าสถานศึกษาที่เปิดเรียนวันนี้ด้าน ถ.พิษณุโลก คือ รร.วัดเบญจมบพิตร รร.ราชวินิตมัธยม และมหาวิทยาลัยราชมงคล พระนคร ซึ่งทาง 3 แห่งนี้ถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด ในวันนี้จึงต้องระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางอีก 50 นาย มาเสริมกำลังตำรวจจราจรจาก สน.นางเลิ้ง เพื่อดูแลทั้ง 22 แยกรอบๆ พื้นที่การชุมนุมที่มีการปิดเส้นทางการจราจร
นอกจากนี้ยังเตรียมรถยกไว้เคลียร์เส้นทางที่มีรถผู้ชุมนุมจอดขวางการจราจร ขณะนี้มี 2 จุดน่าห่วง คือ แยกยมราชและแยกนางเลิ้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานนอกรอบกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เกี่ยวกับเส้นทางการจราจรว่าช่วงกลางคืนจะอนุโลมให้ปิดถนนได้ แต่ช่วงกลางวันต้องขอความร่วมมือให้เปิดเส้นทางจราจรให้ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนทั่วไปให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม
ขณะนี้ที่แยกนางเลิ้งสามารถเปิดการจราจรได้เพียงช่องทางเดียว เพราะมีลวดหนามและยางรถยนต์ที่ผู้ชุมนุมนำมาขวางการจราจรอยู่ ส่วนภายใน รร.ราชวินิตมัธยม มีการประกาศทำความเข้าใจกับนักเรียนว่าในวันที่ 22 ก.ย.นี้ จะมีการสอบกลางภาค จึงขอให้นักเรียนตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้นอีก และไม่รู้ว่าจะต้องมีการประกาศปิดเรียนอีกหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบรรยากาศการชุมนุมภายในทำเนียบฯช่วงเช้าวันนี้ มีผู้ชุมนุมอยู่อย่างบางตา โดยบนเวทีปราศรัยด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ยังมีการจัดรายการเล่าข่าวตามปกติ ส่วนผู้ชุมนุมที่เหลืออยู่ก็แยกย้ายทำภารกิจส่วนตัว และเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่เหมือนเช่นทุกวัน
รายงาน : บอดี้การ์ด...ภาคพันธมิตร
ตรวจสอบขุมกำลังการ์ดพันธมิตรกว่า 2,000 ชีวิต ดูแลรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ชุมนุม การ์ดรัฐวิสาหกิจ-นักรบศรีวิชัย ทำหน้าที่คล้ายทหาร เผชิญหน้าหากเกิดการปะทะ ส่วนการ์ดอาสาทำหน้าที่เหมือน ตร.ดูแลพื้นที่ภายใน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
