โจรโหด! ฆ่าสยอง ที่ระแงะอาก้ายิงถล่มปิกอัพพ่อค้าขาย ผลไม้ที่ระแงะ รถเสียหลักตกถนนหงายท้อง พ่อ-ลูกสาว 9 ขวบ กอดกันตายในรถ ส่วนแม่และลูกชาย 6 ขวบสาหัส โจรทิ้งเหรียญ 1 บาท ซื้อวิญญาณก่อนหลบหนี เชื่อเป็นฝีมือแก๊งก่อกวน อีกรายที่ระแงะเช่นกัน โจรก่อเหตุบึ้มทหารพรานชุดเดินเท้าลาดตระเวน ขณะเข้าไปพักผ่อนบริเวณเพิงพัก
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 12 ส.ค. ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงถล่มใส่รถยนต์ของชาวบ้านบนถนนสายรือเสาะ-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านสะโล ม.9 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ต. เนติธร วัตตธรรม รอง หน.กองวิทยาการ จ.นราธิ วาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 และมูลนิธิเมตตาธรรม ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบชาวบ้านเป็นจำนวนมากจอดรถยืนมุงดูรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีเขียว ทะเบียน บง-9835 นราธิวาส ที่ชนเสาไฟฟ้าริมถนนแล้วหงายท้องอยู่ โดยมีเงาะและทุเรียนตกกระจายเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงกันฝูงชนออกห่างก่อนเข้าตรวจสอบ พบภาพอันสลดหดหู่ที่ผู้ตายซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะคือ นายเอียด แก้วเมฆ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/1 ม.1 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้าที่บริเวณแผ่นหลังทะลุหน้าอก 1 นัด ซึ่งเป็นพ่ออยู่ในสภาพกอดศพ ด.ญ.อัมพรศิริ อายุ 9 ขวบ บุตรสาว ที่มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดเดียวกันที่บริเวณศีรษะ 1 นัดเสียชีวิตอีกคน
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามอาก้าตกอยู่บนถนนจำนวน 3 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน คือ นางสุณี แก้วเมฆ อายุ 51 ปี ภรรยาของนายเอียด และถูกกระสุนปืนของคนร้ายชนิดเดียวกันที่บริเวณแขนขวา 1 นัด และ ด.ช. ปริญญา อายุ 6 ขวบ บุตรชาย ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณแผ่นหลังทะลุหน้าท้อง จนไส้ทะลัก พลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปหน้าก่อนแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า นายเอียดและนางสุณี 2 สามีภรรยา มีอาชีพรับซื้อผลไม้ตามหมู่บ้าน โดยก่อนเกิดเหตุ ลูกชายและลูกสาว ซึ่งอยู่ในวัยเรียนขอติดตามไปด้วย เนื่องจากโรงเรียนปิดการเรียนการสอนในช่วงวันสำคัญ รวมทั้งหมด 4 คน ขับขี่รถยนต์กระบะออกจากบ้านพักในพื้นที่ อ.ศรีสาคร เดินทางมาตระเวนรับซื้อเงาะและทุเรียนในพื้นที่ อ.ระแงะ เพื่อจะนำไปขาย และในระหว่างที่ขับรถยนต์กระบะมาตามถนนสายดังกล่าว มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีเขียว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามไล่หลังมา
เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะเข้าประชิด แล้วคนร้ายที่นั่งกระบะท้ายได้ใช้อาวุธปืน สงครามอาก้ายิงถล่มใส่รถยนต์ที่นายเอียดพร้อมภรรยาและลูกๆ รวม 4 คน จำนวน 7 นัดซ้อน เมื่อถูกกระสุนปืนนายเอียดได้พยายามขับรถยนต์กระบะหลบหนี และได้เสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าริมถนนจนรถพลิกคว่ำ แล้วคนร้ายได้จอดรถยนต์กระบะพร้อมทั้งทิ้งเงินเหรียญบาท 1 เหรียญไว้ที่ข้างรถยนต์ของนายเอียด เพื่อเป็นการซื้อวิญญาณผู้ตายก่อนที่จะกระโดดขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายพยายามแสดงศักยภาพ หลังหยุดชะลอก่อเหตุระยะหนึ่ง และเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน เพื่อดักสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ รายงานจากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แจ้งว่า จากเหตุกรณีด.ช.ปริญญาซึ่งถูกระสุนปืนจนไส้ทะลักดังกล่าว ถูกนำส่งเข้าห้องผ่าตัด เพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นแพทย์ระบุเสียเลือดมาก อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย
เมื่อเวลา 13.40 น. ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทาง สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 1305 กรมทหารพรานที่ 13 จ.สระแก้ว บริเวณสามแยกจือรากี บ้านฮูลู ม.3 ต.กาลิซา อ.ระแงะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ พ.ท. กานต์นาท นิกรยานนท์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 34 ร.อ.อภิชา อาชุมไชย ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 1305 กรมทหารพรานที่ 13 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เหยี่ยวดง รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นการจราจร และเปิดเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือรวมทั้งเครื่องรบกวนชุดรีโมตคอนโทรลก่อนเข้าตรวจสอบ และพบว่าที่บริเวณแคร่นั่งเล่นติดกับเพิงขายของร้างริมทาง ถูกอานุภาพระเบิดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะใต้แคร่มีหลุมระเบิดลึก 6 นิ้ว กว้าง 20 นิ้ว และมีเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือระบบวันทูคอล อาทิ เหล็กเส้นตัดสั้น ปุ๋ยยูเรีย เชื้อปะทุ ซากชิ้นส่วนท่อแป๊บเหล็กและซากโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนถนนในรัศมีกว้าง 20 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย ซึ่งมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ คือ อาสาสมัครทหารพรานฉะล้อน เพิ่มอุดม อายุ 38 ปี และอาสาสมัครทหารพรานวันเนาว์ จันทรักษ์ อายุ 48 ปี เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ่าสิบเอกอาคม รักมณี อายุ 48 ปี หัวหน้าชุดนำกำลังรวม 24 นาย เดินเท้าลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยตามถนนในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณสามแยก มีเพิงขายของร้างริมถนนตั้งอยู่และด้านข้างมีแคร่นั่งเล่น อาสาสมัครทหารพรานฉะล้อนและวันเนาว์จึงเดินเข้าไปเพื่อนั่งพักผ่อนตามปกติเป็นประจำทุกวัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้แคร่นั่งเล่น และเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีอานุภาพการทำลายล้างของระเบิดได้แพร่รัศมีไปด้านข้าง จึงทำให้อาสาสมัครทหารพรานฉะล้อนและวันเนาว์ถูกอานุภาพแรงอัดของระเบิดจนแน่นหน้าอกและหูอื้อเท่านั้น
เวลา 17.16 น. ศูนย์ข่าว สภ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันที่บนถนนเลียบทางรถไฟสายปะแต-คูวอ บริเวณด้านหน้าโรงเรียนบ้านคูวอ ม.4 ต.กอตอตือระ อ.รามัน หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.จิรายุ ภู่ระหงษ์ พนักงานสอบสวน (สบ.1) พร้อมด้วย พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.รามัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งร.พ.รามัน คือนายมานะ มาโซ อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 อยู่บ้านเลขที่ 46/1 ม.3 บ้านกูวอ ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา ถูกยิงเข้าที่ถูกบริเวณชายโครงขวาจำนวน 1 นัด และที่ขาขวาอีก 1 นัด บาดเจ็บสาหัสและยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กยม 698 ยะลา ล้มอยู่ข้างทาง
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายมานะขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเพียงลำพังออกจากบ้านปะแต เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก พอมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 4 คน ขับรถยนต์กระบะ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 ยิงใส่ จนบาดเจ็บดังกล่าว สาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
(กรอบบ่าย)
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
