สมัครแฉ พันธมิตร กลัวม.63 หลุดรธน.หมักออกทีวี จวกพันธมิตรฯอีก แฉเบื้องหลังอยากให้รุนแรงเหมือนที่อุดรฯ และยึดศาลากลางจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ทหารออกมาปฏิวัติ เย้ยที่ไม่อยากให้แก้รธน. เพราะกลัวไปแตะมาตรา 63 เรื่องการชุมนุม เพราะหากมีการแก้จะปิดถนนประท้วงแบบที่ผ่านมาไม่ได้อีก เผยเตรียมจัดงานใหญ่ 116 วัน จากวันแม่ถึงวันพ่อ ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.-3 ธ.ค. มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนไทยรวมใจกัน และภายในเวลานี้ทุกอย่างต้องยุติ ด้านม็อบพันธมิตรฯเปิดเวทีสับรัฐบาลตามปกติ จำลองยันขวางแก้รธน.ไม่เกี่ยวมาตรา 63 แต่อ้างเป็นฉบับที่ผ่านการลงประชามติและเพิ่งใช้ไม่ถึงปีไม่สมควรเร่งรีบ ลั่นหากยื่นเรื่องแก้รธน.เข้าสภาเมื่อไหร่ ภายใน 7 วันพันธมิตรฯจะเป่านกหวีดระดมพลทันที
ความคืบหน้าปัญหาม็อบพันธมิตรฯ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 ส.ค. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ว่าปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าคนไทยแบ่งแยกเป็น 2 ซีก 2 ฝ่าย แม้กระทั่งศาลที่จะพิพากษาคดียังบอกว่าคนไทยแบ่งแยก สาเหตุมาจากการออกโทรทัศน์ปลุกระดมกันทั้งวันทั้งคืนให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเข้าใจผิด จะเอาให้พังกันไปข้างหนึ่ง แล้วจะเอาคนเข้ามา หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าจะโชว์ดาวน์ กัน โดยมีสำนักสงฆ์ที่ถูกสั่งให้ยกเลิกไปแล้วแต่ไม่ยอมเลิกอยู่ข้างหลังเรื่องนี้ ซึ่งสำนักสงฆ์นี้ก็แผ่ไปทั่วประเทศ คนที่ออกมาเป็นแกนนำทั่วประเทศก็เพราะ สำนักสงฆ์แห่งนี้สร้างขึ้นมา และยังมีการกำหนดเวลา 7 วันรัฐบาลต้องลาออก ก็ให้กำหนดกันไปไม่ว่าอะไร
จุดหมายปลายทางทั้งหมดเป็นอย่างที่ผมบอก ต้องการให้เกิดการฟาดฟันปะทะกันอย่างที่อุดรฯ และจังหวัดต่างๆ สุดท้ายก็จะยึดศาลากลาง สาเหตุ ก็มาจากประเด็นการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เขาบอกรอให้คดีความของนายกฯ จบทั้งหมดก่อนแล้วค่อยแก้ไม่เช่นนั้นจะกระทบเรื่องคดีความ หรือกลัวว่าพรรคการเมืองจะได้ประโยชน์นั้น ผมว่าไม่ใช่ ความจริงที่ต่อต้านไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญถึงขั้นจะยึดศาลากลางกันก็เพราะเขากลัวจะแก้มาตรา 63 ไม่ใช่มาตรา 237 หรือ 190 หรือ 309 ที่คาราคาซังกันอยู่กลางบ้านกลางเมืองทุกวัน ยึดถนนนี้แล้วย้ายไปถนนนั้น ว่างๆ ถ้ามีเวลาก็เดินขบวนปิดถนนไปหมดทุกแห่ง เพราะเขากลัวว่ารัฐบาลจะไปแก้มาตรา 63 เพราะถ้าแก้มาตรานี้ก็จะปลุกระดมกันกลางเมืองอย่างนี้ไม่ได้ แม้จะมีสิทธิเสรีภาพแต่ก็ทำไม่ได้ นายสมัครกล่าว
นายสมัครกล่าวอีกว่า จะจัดโครงการเพื่อให้คนไทยเลิกแบ่งแยกกัน จะเปิดตัวโครงการ วันแม่ถึงวันพ่อ 116 วันให้คนไทยรู้รักสามัคคี ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.ถึงวันที่ 3 ธ.ค. มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นองค์ประธาน ระหว่าง 116 วันจะมีกิจ กรรมต่างๆ อาทิ เดินวิ่งเทิดพระเกียรติทั่วประเทศจากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน เดินวิ่งเทิดพระเกียรติของข้าราชการและประชาชน
ทั้งหมดที่ทำเพราะคนไทยแบ่งแยกกันเป็นซีกเป็นฝ่าย ก็ต้องอ้างเหตุขอบารมีเจ้านายมาดับชนวนหน่อย จะใช้เวลา 116 วันจากวันแม่ถึงวันพ่อ มันต้องจบ ต้องเลิก นายสมัครกล่าว
ในช่วงท้ายของรายการนายสมัครตอบคำถาม โดยย้ำว่าขณะนี้มีการปลุกระดมโดยใช้เอเอสทีวีให้คนไทยแบ่งค่ายกัน เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ก็มีการขีดเส้น 7 วันรัฐบาลต้องออกไป จะมีการเป่านกหวีดระดมกันยึดศาลากลาง แล้วทหารจะออกมาปฏิวัติ ก็ลองดูว่าเขาจะทำอย่างไร ตนไม่ได้อะไรใคร แต่งานการต่างๆ ที่รัฐบาลทำ ทหารทำนั้น เราทำให้บ้านเมือง มีความสงบสุข ใครเป็นคนปลุกระดมก็พิจารณาหากระจกส่องดูตัวเองกัน รัฐบาลไม่ปลุกแน่ ขนาดคนจะปลุกระดมวันที่ 2 ส.ค. ยังสั่งขอร้องว่าอย่า ต้องเงียบไป ให้เอาไปข้างเดียวไม่มีปัญหา ส่วนที่คนไทยในสหรัฐมีการแบ่งขั้วกัน ฝ่ายหนึ่งต่อต้านรัฐบาลนั้น นายสมัครกล่าวว่าก็อยากถามว่ารัฐบาลนี้มันทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง คดโกงอะไรหรือยัง ถึงมาต่อต้าน
รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการเขียนและพยายามกันมานานจากพวกหน้าแหลมฟันดำ ทำกันจนสำเร็จ นำมาตรา 63 มาใส่ได้ แต่แผนการที่จะทำลายล้างประเทศไทยก็ยังมีอยู่ ทำกันอยู่ทุกวัน เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ไปเหยียบย่ำคนอื่น ฆ่าคนอื่นให้ตายและบอกว่าตัวเองจงรักภักดี คนพวกนี้เราจะต้องระมัดระวัง การชุมนุมเขาก็อ้างว่าทำด้วยความสงบ แต่ปลายทางเขาจะยึดศาลากลางทั่วประเทศให้ทำงานไม่ได้ และให้ทหารออกมา แต่บังเอิญทหารไม่ออก จึงทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ทุกอย่างผมก็พยา ยามหลบเลี่ยง อดทน จะไม่ไปอยู่ริมถนน ไม่โวย วายอย่างนั้น ก็จะรอดูว่าพวกนั้นจะทำอย่างไร และจะดูว่าสื่อมวลชนจะสนับสนุนความไม่มีเหตุผล ความเอาแต่ได้ ทำให้บ้านเมืองยุ่งยากไปแค่ไหน นายกฯกล่าวในตอนท้าย
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณเชิงสะพานมัฆ วานรังสรรค์ในช่วงเช้า มีประชาชนเดินทางมาชุมนุมประมาณ 800 คน โดยบนเวทีมีการเสวนารายการสภาท่าพระอาทิตย์ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ โดยระบุว่ารูปโฉมของรัฐบาลสมัคร 4 มีหน้าตาที่อัปลักษณ์เหมือนสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ข้างรัฐสภา โดยยกตัวอย่างความไม่เหมาะสมของรัฐมนตรีใหม่ เช่น นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว. พาณิชย์ ที่ยังมีคดีค้างเรื่องไม่ชี้แจงทรัพย์สิน ตามมารยาทแล้วไม่ควรแต่งตั้ง ยิ่งกว่านั้นยังถูกยื่นเรื่องถอดถอนในกรณีซีแอลยา ซึ่งการไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งรมว.สาธารณสุข(สธ.)แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าความผิดจะหมดไป การแต่งตั้งครั้งนี้จึงเป็นการตบตาประชาชน ส่วนพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย(มท.) ซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ให้รอลงอาญาและอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่นายกฯสมัครกลับใช้วิธีเลี่ยงบาลีแบบศรีธนญชัย อ้างว่าถูกคำพิพากษาก่อนเข้ามาดำรงตำ แหน่ง รัฐบาลชุดนี้จึงไม่ต่างจากรัฐบาลศพเดินได้
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯกล่าวว่า 5 แกนนำร่วมประชุมกันและมีมติยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้เพื่อต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญเช่นเดิม ซึ่งการนัดชุมนุมเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมาจัดขึ้นเพราะรัฐบาลยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 1 ส.ค. พันธมิตรฯจึงนัดชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้าน แต่ในที่สุดรัฐบาลยอมเลื่อนเรื่องออกไป และเพื่อไม่ให้เป็นความยากลำบากของประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมใหญ่ในการต่อต้านการแก้รัฐธรรม นูญ 5 แกนนำจึงมีมติว่าเมื่อไรที่รัฐบาลยื่นเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภา หลังจากนั้นอีก 7 วันพันธมิตรฯจะนัดชุมนุมใหญ่ทันที
การชุมนุมเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมามีผลสำเร็จอยู่ 3 ประการคือ 1.รัฐบาลยอมถอยในการยื่นแก้รัฐธรรมนูญ 2.กลุ่มตรงข้ามที่เตรียมการนัดชาวบ้านมาก่อกวนต้องยกเลิกไป 3.แสดงให้เห็นว่าแม้ไม่ใช่การชุมนุมใหญ่ แต่เมื่อนัดรวมพลังมีประชาชนมาร่วมด้วยจำนวนมาก สำหรับในเรื่องของการแก้รัฐ ธรรมนูญ พันธมิตรฯไม่ได้จะขวางเพียงอย่างเดียว เพราะหากนำไปใช้แล้วเกิดปัญหาจริงสามารถแก้ไขได้ แต่รัฐธรรมนูญปี 50 นำมาใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี อีกทั้งได้รับความเห็นชอบจากประชาชน 47 ล้านคน แต่รัฐบาลพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้ระบบยุติธรรมล่มสลายเพียงอย่างเดียว พล.ต. จำลองกล่าว
หนึ่งในแกนนำพันธมิตรกล่าวอีกถึงการปรับ ครม.ชุดใหม่ว่า ในการเลือกรัฐมนตรีเป็นเรื่องของรัฐบาลพันธมิตรฯไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย เพียงแต่ยืนยันใน 2 ข้อเท่านั้นคือ การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและรัฐบาลต้องลาออกไป เพราะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ส่วนที่นายกฯออกมากล่าวในราย การสนทนาประสาสมัคร ว่าพันธมิตรฯออกมาคัด ค้านเพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขมาตรา 63 นั้น ไม่ใช่ประเด็นที่อยู่ในความคิดของพันธมิตรฯ เพราะเป็นการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่ใช่รายมาตรา สิ่งสำคัญที่สุดคือป้องกันความพยายามที่จะแก้ไขมาตรา 237 เรื่องขององค์กรอิสระ และมาตรา 190 เรื่องการทำสนธิสัญญาต้องผ่านรัฐสภา ไม่ได้เป็นไปตามที่นายฯกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกล่ม พันธมิตรฯ ในช่วงเย็น มีประชาชนเดินทางมาชุม นุมกันอย่างหนาตา บนเวทีมีผู้ผลัดกันขึ้นไปปราศรัย โดยเน้นเนื้อหากรณีที่นายสมัคร ระบุว่าเป็นการชุมนุมเพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 โดยได้ปราศรัยโจมตีนายสมัคร ที่ระบุว่าการเคลื่อน ไหวของพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมาไม่มีเหตุรุนแรง เพราะสั่งไม่ให้กลุ่มตรงข้ามออกมาเคลื่อนไหว สร้างความวุ่นวาย แสดงว่านายสมัครเป็นหัวหน้ากลุ่ม นปก.ตัวจริง จึงสามารถสั่งการไม่ให้เคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ยังนำเรื่องที่นายสมัครหลบผู้สื่อข่าวอยู่ภายในห้องน้ำภายในตลาด อ.ต.ก. เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง มาพูดเป็นเรื่องตลกขบขันตลอดเวลา
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า การที่นายสมัครกล่าวบิดเบือนในรายการสนทนาประสาสมัคร ทำให้พันธมิตรฯ กลัวว่ารัฐบาลพยายามเสนอแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 63 นับเป็นการสะท้อนความไม่รู้ของผู้นำ เพราะบทบัญญัติที่ให้สิทธิการชุมนุมกับประชาชนในรัฐธรรมนูญทั้ง 18 ฉบับ ล้วนให้การคุ้มครองสิทธิในการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเผด็จการจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลรัฐประหาร สิทธิการชุมนุมล้วนเป็นหัวใจหลักของการชุมนุมทั้งสิ้น การที่รัฐบาลออกมาทำเช่นนี้เป็นเพราะไม่รู้ว่าจะหาเหตุชอบธรรมอะไรมายุติการชุมนุม พันธมิตรฯ ขอยืนยันว่าจะคัดค้านการกระทำดังกล่าว ทั้งช่องทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และการเคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้าน
นายสุริยะใส กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขอเตือนรัฐบาลว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการประกาศสงครามกลางเมือง เพราะการเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเข้าประชุมสภาในวันที่ 18 ส.ค. นี้ ตามที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนประกาศไว้ เป็นการประกาศสงครามกับประชาชน หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้กำลังถูกตอกลิ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับดันทุรัง ไม่สนใจผลที่จะตามมา คำนึงถึงแต่ความอยู่รอดของตัวเอง และฟอกตัวให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เท่านั้น ในที่สุดรัฐบาลจะต้องตกเป็นผู้ต้องหา เพราะเป็นการก่ออาชญากรรมโดยรัฐ ทั้งที่หลายฝ่ายออกมาเตือนตลอดเวลา
นายสุริยะใส ระบุว่า สถานการณ์ในพรรค พลังประชาชนขณะนี้ มีคนใกล้ชิดกับอดีตนายกฯ ทักษิณ เตรียมออกไปตั้งพรรคใหม่ เพราะวิเคราะห์ว่าพรรคพลังประชาชนจะไปไม่รอด เนื่องจากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา ทำให้หลายกลุ่ม ในพรรคไม่พอใจ จนเกิดการออกมาเปิดโปงและจุดไฟเผาบ้านตัวเอง เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว.มหาดไทย (มท.) มีการต่อรองในตำแหน่งเดิมจนถึงที่สุดจนต้องหลุดออกไป จึงสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่ม ร.ต.อ.เฉลิม ที่มองว่านายเนวิน ชิดชอบ เข้าไปมีบทบาทในการปรับ ครม. ครั้งนี้มากเกินไป นอกจากนั้นยังมองว่าเป็นการขยายฐานอำนาจของนายสมัครมากเกินไป จากนายกฯ ที่ไม่มีอำนาจในมือมามีอำนาจในการกำ หนดตัวรัฐมนตรี ทำให้สถานการณ์ในพรรคพลังประชาชนในส่วนที่อยู่ในสังกัดของอดีตนายกฯ ทักษิณไม่พอใจ และออกมากดดันให้ลาออกหรือยุบสภาในเร็วๆ นี้ เช่น การออกมาเปิดโปงเงิน 10 ล้าน คาดว่าพรรคพลังประชาชนจะจบก่อนที่ศาลรัฐ ธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรค เพราะมีคดีความที่จะตามมาอีกมากของอดีตนายกฯ ทักษิณ ทำให้บรรดาลิ่วล้อไม่มีความมั่นใจ ว่าจะอยู่รอดได้ จึงมีบางส่วนพยายามเข้าไปแตะมือกับพรรคประชาธิปัตย์และ พรรคชาติไทย บางส่วนก็จะออกไปตั้งพรรคใหม่ และภายใน 1-2 เดือนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะลอย แพนายสมัคร ของพรรคพลังประชาชน
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ในคืนนี้จะมีการประ ชุมของแกนนำในเรื่องของยุทธการดาวกระจาย เพื่อไปกดดันกระทรวงการคลังในเรื่องการจ่ายเงินเดือนให้กับ 3 รัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองพิจารณาในคดีหวยบนดิน ว่าจะมีการดำเนินการเมื่อไร และขณะนี้กำลังปรึกษาทีมกฎ หมาย ว่า พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย (มท.) และนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์นั้นอยู่ในข่ายเดียวกันด้วยหรือไม่ ซึ่ง อาจจะพ่วงไปด้วยกันเลย
นายสุริยะใส กล่าวถึงกรณีที่ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประกาศไม่รับเงินเดือน แต่จะขอเข้าร่วมประชุมด้วยว่า ต้องขอไปตรวจสอบดูก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะอาจมีการนำข้อมูลภายในไปช่วยเหลือพรรคพวก เนื่องจากหลายคนเป็นเจ้าของธุรกิจและเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง อาจมีปัญหาเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน หากตรวจสอบและพบว่าขัดรัฐ ธรรมนูญ จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือไม่ ส.ว.อาจยื่นเรื่องได้เองโดยทันที ส่วนนายวีรพงษ์ รามางกูร ที่ขอเป็นที่ปรึกษานั้น ตนมองว่าเป็นเพราะไม่มั่นใจในศักยภาพของตนเอง ไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้และอาจมีวาระซ่อนเร้น หากคิดจะช่วยชาติจริงทำไมไม่ออกมาเต็มตัว เพราะหากจะมาเป็น รมว.คลัง นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คงเปิดทางให้แน่นอน
นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร เรื่องการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ ว่า สิ่งที่นายกฯ พูดเป็นการพยายามดิสเครดิตพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปักหลักชุมนุม เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ทั้งที่ความจริงเป้าหมายของรัฐบาลอยู่ที่มาตรา 190, 237, 309 แต่นายกฯ กลับพูดถึงมาตรา 63 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการชุมนุมโดยเสรีภาพและปราศจากอาวุธ นอกจากนี้นายสมัครยังพูดถึงยุทธการเป่านกหวีดว่าจะมีการไปปิดล้อมศาลาว่าการจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนายกฯ พูดหลายครั้ง หากนายกฯ มีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ควรจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนในฐานะนายกฯ ที่มีหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองไม่ใช่ออกมาประโคมข่าว
ที่จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ ส.ส.เขต 5 นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จภารกิจจากการร่วมกับนายกำจร วิชพันธุ์ กกต.นครราชสีมา งานพรรคการเมือง และนายอำเภอในเขตเลือกตั้งที่ 5 ทำพิธีเปิดงานสัมมนาโครงการเสริมสร้าง และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจการเมือง การปกครอง ในระบอบประชาธิป ไตยในระบบรัฐสภา และการมีส่วนร่วมของประชา ชน ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนนับพันคน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อรับฟังการบรรยายจากนายอดิศร เพียงเกษ เรื่องประชาธิปไตยยุคน้ำมันแพง ในภาคเช้า ส่วนภาคบ่าย น.พ.เหวง โตจิราการ ให้ข้อมูลเรื่องปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญปี50 ท่ามกลางกลุ่ม นปก.จำนวน นับสิบคน ที่เข้ามาร่วม โดยแสดงสัญลักษณ์สวมเสื้อสีแดง พร้อมโบกธงที่มีข้อความว่า เอารัฐ ธรรมนูญปี40 คืนมา
รายงานข่าวแจ้งว่าทันทีที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปก.ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา กลุ่มภาคีมวลชนคนโคราช และเครือข่ายพันธมิตร ที่จะจัดกิจกรรมการชุมนุมใหญ่ ในช่วงหัวค่ำที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีนายไชยวัฒน์ สินธุวงศ์ และศิลปินชื่อดังมาร่วมด้วย ได้เรียกแกนนำเข้าประชุมด่วน เพื่อวาง แผน จัดกำลังรักษาความปลอดภัย ป้องกันการเผชิญหน้ากับกลุ่ม นปก.ที่อาจจะมาสร้างความวุ่นวาย
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
