เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า ตอนนี้ข้าราชการที่มีบุตรเรียนสถานศึกษาของรัฐ สามารถนำใบเสร็จจ่ายเงินบำรุงการศึกษาให้โรงเรียนมาเบิกเงินคืนจากต้นสังกัดได้แล้ว เพราะกรมบัญชีกลางมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค.0422.3/ว 248 ไปถึงผวจ. ปลัดกระทรวง อธิบดี เลขาธิการ ผอ. อธิการบดี ผบ.ตร. และคลังเขต แจ้งให้ทราบถึงประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาใหม่ที่กำหนดขึ้น ทั้งนี้กรมบัญชีกลางกำหนดประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาในสถานศึกษาของราชการ ดังนี้ระดับอนุบาลหรือเทียบเท่า เบิกได้ไม่เกินปีละ 4,650 บาท ประถมหรือเทียบเท่า เบิกได้ไม่เกินปีละ 3,200 บาท มัธยมตอนต้นหรือเทียบเท่า เบิกได้ไม่เกินปีละ 3,900 บาท มัธยมตอนปลาย หรือปวช. หรือเทียบเท่า เบิกได้ไม่เกินปีละ 3,900 บาท และอนุปริญญาหรือเทียบเท่า เบิกได้ไม่เกินปีละ 11,000 บาท
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ระดับอนุบาลถึงมัธยมตอนปลายหรือเทียบเท่า เงินบำรุงการศึกษาที่ให้เบิกจ่ายตามประเภทและอัตราข้างต้น ประกอบด้วย รายการค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ดังนี้ 1.ค่าสอน คอมพิวเตอร์ กรณีโรงเรียนจัดให้เกินมาตรฐานที่รัฐจัดให้ 2.ห้องเรียนพิเศษ EP 3.ห้องเรียนพิเศษ MEP 4.ห้องเรียนพิเศษด้านวิชาการและด้านอื่นๆ (วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น) 5.ค่าจ้างครูชาวต่างประเทศ 6.ค่าจ้างครูที่มีความเชี่ยวชาญสาขาเฉพาะ 7.ค่าใช้จ่ายไปทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน สำหรับอนุปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เงินบำรุงการศึกษาที่ให้เบิกจ่าย ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนโดยตรง ที่สถานศึกษาได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าสังกัดให้เรียกเก็บ ทั้งนี้ ไม่รวมค่าปรับพื้นฐาน ค่าปฐมนิเทศ เงินบริจาค และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการบริหารและดำเนินงานของสถานศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาที่กรมบัญชีกลางอนุญาตให้เบิกได้นั้น ไม่ครอบคลุมทุกรายการตามที่สพฐ.อนุญาตโรงเรียนประถมและมัธยมในสังกัดเรียกเก็บจากผู้ปกครอง ขณะที่สพฐ. อนุญาตโรงเรียนเรียกเก็บค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสร้างสวัสดิการและสวัสดิภาพนักเรียน เช่น ค่าประกันชีวิต ค่าจ้างบุคลากร ค่าตรวจสุขภาพนักเรียน ค่าห้องปรับอากาศ รายการส่วนนี้ไม่กำหนดเพดานไว้ ให้โรงเรียนเรียกเก็บตามความจำเป็นและเหมาะสม ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่สามารถเบิกได้
(กรอบบ่าย)
หน้า 16
ข้อมูลจาก ข่าวสด
